Category: konkhangwat

05
Apr

คอลัมน์ คนข้างวัด : ชานชรา

อย่าปล่อยให้ความเปลี่ยนแปลงของโลกมาเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของคนเราเลย ณ ชานชาลา แห่งรักจะต้องไม่มีคนมานั่งรอคอย อย่าปล่อยให้ชานชราต้องโดดเดี่ยวเดียวดาย เพราะพวกเขาได้สร้างโลกให้เราได้อยู่มาอย่างสมบูรณ์แล้ว

29
Mar

คอลัมน์ คนข้างวัด : ใกล้ไกลในทางกลับบ้าน

บางทีการเดินทางไกลไปต่างแดนในชีวิตจริงนั้น เราปรารถนาเพียงแค่เปลี่ยนบรรยากาศ และเรียนรู้ท้าทายในสิ่งใหม่ แต่ก็นั่นแหละ พออยู่ไปนาน ๆ เราก็มักคิดถึงถิ่นที่จากมา

23
Mar

คอลัมน์ คนข้างวัด : เลือกตั้งตน

การเลือกตั้งตนบนความเชื่อไว้ใจในพระผู้สร้าง ผู้ที่ให้โอกาส ผู้ที่ไม่เคยปิดกั้นเสรีภาพของพวกเราย่อมทำให้เราเติบโตออกผลได้อย่างงดงาม และที่สุดเราต้องช่วยกันให้ความเมตตาอาทร ใส่ความรักจากใจให้กัน   เราต้องรู้จักที่จะอดทนอยู่กับทุกผู้คน ที่มีความแตกต่างกัน ไม่มีใครเหมือนกันสักคน เราต้องฟังแต่ละคนอย่างใส่ใจ เชื่อมั่นในความดีของเขา แม้เขาจะดูไม่ดี เพราะเราเชื่อว่าเขาเป็นคนมีค่าในสายตาของพระ เราต้องเข้าใจเขา ต้องอ่อนโยน อดทน และให้เวลา เพื่อทำสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเขา โดยไม่ยัดเยียดความดี เพื่อให้ต้นที่จะล้มลงได้มีโอกาสตั้งตัวขึ้นมาใหม่ และในวันนั้น เราก็จะมีร่มไม้ใหญ่อีกหนึ่งต้นที่จะทำให้สังคมผาสุกตลอดไป เราเลือกตั้งตนให้เป็นคนดี และก็ต้องมีเมตตาดูแลคนที่อ่อนแอและกำลังสิ้นหวังให้ได้ด้วยหัวใจ โลกแห่งสันติสุขอยู่ตรงนี้นี่แล   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com

16
Mar

คอลัมน์ คนข้างวัด : เส้นบาง ๆ ระหว่าง บุญกับบาป

อย่าปล่อยให้การทำบุญกุศลของเรากลายเป็นการเพิ่มกิเลส หวังได้คำยกย่อง สรรเสริญ ถ้าคาดหวังในบุญเมื่อไร ความบาปก็จะเป็นเงาตามมา การทำบุญโดยไร้การคาดหวัง ทำบุญเพื่อจรรโลงโลก รักษาสังคม   ทำบุญด้วยความคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นลูกพระ เป็นพี่น้องในพระคริสตเจ้า จึงเป็นสำนึกมโนธรรมคริสตชนที่ดี การโลภมากในบุญก็เป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดความทุกข์ มีสิ่งดีงามที่เกิดขึ้นในชีวิตเรามาจากความใจบุญใจกุศล และบางเรื่องอาจจะเกิดขึ้นกับเราอย่างกับปาฏิหาริย์   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com

01
Mar

คอลัมน์ คนข้างวัด : ลืมต้น

ส้มโอที่มีคนในบ้านนำมาฝากผ่านไปหลายวัน ผิวเริ่มมีสีเหลือง ๆ คงจะใกล้เวลาได้ลิ้มรสเสียที ตอนแรกที่ได้เห็นคนที่นำมาบอกว่าต้องรอให้มันลืมต้น ก็คิดสงสัยในใจว่าจะต้องใช้เวลานานกี่วันกว่าจะถึงจุดนั้น   ในขณะพิจารณาส้มโออยู่ หน้าจอสื่อโซเชี่ยลก็เต็มไปด้วยข่าวของคนกลุ่มหนึ่งหลากหลายอายุที่ไปร่วมการบวชเพื่อนฝูง เมาได้ที่ อาศัยคนเยอะความเก่งความห้าวห้ามไม่อยู่ก็บังเกิด ออกไปอาละวาดกับเด็กที่นั่งสอบ ทุกคนที่เห็นข่าวนี้ก็คงได้แต่ส่ายหัวและสาปส่ง ด้วยความโมโหที่เห็นความกร่างของคนรุ่นใหม่ใจกระด้าง ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่สะทกสะท้านคิดว่าโลกใบนี้ฉันและพวกฉันนี่แหละคือผู้ครอบครอง สมองไร้การควบคุม ถูกขัดใจหน่อยก็ปล่อยความเป็นสารพัดสัตว์ออกจากตัวตน คนประเภทนี้มีมากมายในสังคมวันนี้   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com

23
Feb

คอลัมน์ คนข้างวัด : ไม่จำเป็นเลย

อย่าปล่อยให้ความรักความเมตตาในหัวใจเราต้องนอนนิ่งอยู่เฉยๆ มีอคติต่อความคิดคนอื่น ปลุกให้ความรักและเมตตาฟื้นขึ้นมา เพื่อที่จะใช้เยียวยาตัวเราเอง ที่พร้อมจะรับฟังทุกเสียง   แล้วให้เสียงพระที่ผ่านมาทางมโนธรรมผ่านจิตสำนึกที่จะบอกเราว่าควรเลือกหนทางเดินไหน อย่านำเอาอารมณ์เป็นเครื่องตัดสินใจ เพราะผลลัพธ์มันก็ได้อารมณ์อีกแบบหนึ่งกลับคืนมาการให้อภัยต่อกัน เข้าใจกัน พูดดีต่อกัน ฟังกัน อย่าดื้อรั้นบนความคิดตัวเองฝ่ายเดียว เพียงเท่านี้ก็เป็นสิ่งที่จะแสดงออกถึงการเป็นศิษย์พระคริสต์ ผู้ที่ทรงสอนเราให้รู้จักที่จะรัก โดยไม่จำเป็นที่จะได้เป็นที่รักของทุกคนการเมืองเป็นเรื่องของระบบแบบแผน แต่เรื่องความรักคือชีวิตทั้งชีวิตของเราทุกคน เราจำเป็นต้องมีหัวใจแห่งความรักและเมตตา   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com

15
Feb

คอลัมน์ คนข้างวัด : สุขในทุกข์

วิธีที่จะสร้างความสุขให้เกิดขึ้นได้ในขณะที่มีความทุกข์นั้นควรเป็นสิ่งที่เราทุกคนน่าจะช่วยกันทำอย่ามัวแต่สร้างสุขเพียงลำพัง เพราะนั้นอาจจะก่อให้เกิดความทุกข์ต่อคนรอบข้าง   เราควรที่จะช่วยกันเพิ่มความสุขให้กันและกันเพื่อลดความทุกข์สาธารณะลงบ้าง เพียงแค่ยอมที่จะพ่ายแพ้บ้างในบางครั้ง เพียงแค่มีใจที่อ่อนน้อม เพียงแค่มีใจที่ยากจน มีใจบริสุทธิ์ นี่ก็จะสามารถชนะความทุกข์ได้อย่างมีความสุขแล้วและอย่าลืมว่าการได้รับชัยชนะคนเดียวนั่นมันเหงา ต้องร่วมกันชนะจึงจะเบิกบานมีความสุขอย่างแท้จริง   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com