Category: konkhangwat

18
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : แค่คิด

แค่คิด นี่คือความเป็นไปได้และยิ่งตอกย้ำประเด็นทางสังคมอันเปราะบางที่โหดร้ายยิ่งนัก แค่คิดและนั่งทบทวนตลอดเส้นทางสายนี้ที่เห็นและเรียนรู้เทคโนโลยีตลอดมา เห็นการเปลี่ยนแปลง และเป็นคนในยุคเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ยุคดิจิตอล และกำลังก้าวสู่ยุค AI ปัญญาประดิษฐ์ สิ่งใหม่ ๆ ก็ยังไม่อาจจะทำให้จิตใจมนุษย์เราพัฒนาสูงส่งขึ้นเลย แถมกำลังสวนทางเสียด้วยซ้ำไป เมื่อคนได้ครอบครองเทคโนโลยีทำให้เห็นแก่ตัว เห็นแต่ความคิดของตัวเองมากขึ้น หากเชื่อมโยงสมองกับคอมพิวเตอร์ได้ ข้อมูลแห่งความเห็นแก่ตัวนี้คงเป็น BigData ที่อาจจะนำไปสู่ความทะเยอทะยานในรูปแบบใหม่ เทคโนโลยีกำลังปูทางใหม่ให้ผู้คน อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ลบล้างความเป็นมนุษย์ของเราบางคนลงไปด้วย ทุกสิ่งที่กำเนิดมาในโลกล้วนเป็นสิ่งที่ดี และพระเจ้าย่อมให้เสรีภาพสำหรับเรามนุษย์ในการค้นคิด ค้นคว้า เพื่อพัฒนาโลก แต่เรามักติดหล่มกับความเห็นแก่ตัว นี่แหละที่ไม่สามารถจะใช้อุปกรณ์ใด ๆ มาแก้ไขได้ โลกแห่งสันติสุขก็จะห่างไกล เพราะสมองคนจะกลายเป็นสมองกลที่ปราศจากจิตสำนึกและมโนธรรม แค่คิด..ก็สงสารพระเจ้าจับใจ  สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

11
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ดับไฟในใจเรา

ดับไฟในใจเรา ตื่นขึ้นมาในวันแรก ๆ ของปีใหม่ ปีที่ทุกคนหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการพัฒนาอย่างมโหฬาร จะมีเครื่องไม้เครื่องมือมาอำนวยความสะดวก มาต่อเติมเสริมแต่งให้ชีวิตมนุษยชาติมีความผาสุกมากยิ่งขึ้น แต่ที่ไหนได้…เรากำลังติดกับดักและต้องเผชิญอยู่กับสิ่งที่มาทำร้ายเราอย่างคาดไม่ถึง เรามีความหวังจะเห็นแสงสว่างของการเปลี่ยนผ่าน แต่กลับมาพบเปลวไฟที่ร้ายแรง ไฟสงคราม ไฟทำลายป่าไหม้ และไฟแห่งโรคระบาด เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า มีเพียงสี่อย่างที่จะทำลายมนุษย์ให้ย่อยยับลงได้ นั่นคือ สงคราม ภัยธรรรมชาติ โรคระบาดและอุบัติเหตุ ทั้งสี่อย่างนี้เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันมาในช่วงต้นปีนี้ เป็นเหมือนสัญญาณอะไรหรือเปล่า? คงไม่ใช่ทั้งหมด นี่เป็นเพียงสิ่งตักเตือนให้เราไตร่ตรองทบทวนว่า มีสิ่งใดเล่าที่จะยังคงค้ำจุนโลกนี้ได้ในทุกกรณี “ความรัก ความเมตตา กรุณา” ยังคงเป็นสิ่งที่โลกต้องการเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาทุกอย่างในทุกบรรทัดข้างบน มิใช่เทคโนโลยีที่กอบกู้โลกแต่เมตตาธรรมต่างหากที่จะค้ำจุนโลก มาช่วยกันดับไฟในใจเราก่อน ดับด้วยน้ำใจ เพื่อเราจะได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการรักษาอาณาจักรที่พระเจ้ามอบหมายให้เราดูแลนี้ ให้เป็นสวนสันติสุขตลอดไป… สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

04
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : พักตรงนี้

พักตรงนี้ ในวันข้างหน้าวันที่เราต้องประสบพบเจอการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกโดยรวม วันที่อยู่ท่ามกลางผืนดินที่ใหญ่กว่าใหม่กว่า เราจะมีพละกำลังกาย มีกำลังใจที่จะบากบั่นก้าวข้ามผ่านไปหรือเปล่า หากว่าเราไม่เรียนรู้ที่จะหยุดพักตรงนี้วันนี้บ้าง อย่าให้ต้องเป็นว่า เมื่อได้มองย้อนกลับไป ต้องมาสำนึกเสียใจในสิ่งที่ต้องการนั้นจริง ๆ เรากลับไม่ได้มันมาทั้ง ๆ ที่มันอยู่ใกล้เหลือเกิน สิ่งที่เราขวนขวายและพยายามไขว่คว้ามัน กลับไม่ได้ให้อะไรกับชีวิตเราเลย ทุกอย่างว่างเปล่า สูญหายไปกับวันเวลา ความรัก มิตรภาพ สันติสุข หดหายไปเสียสิ้น แต่เมื่อเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้กับสิ่งที่เราผ่านพ้นมาแล้วในชีวิต ก็จงเริ่มทำปัจจุบันให้ดีขึ้น อย่าลืมว่าชีวิตคือความสมดุล ครอบครัวและส่วนตัว ส่วนรวม ชุมชน เราก้าวเดินไปข้างหน้านั้นเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต มิใช่สะสมความหายนะของชีวิต เดินทางเพื่อให้พบกับความสุข เพราะแท้จริงแล้ว ความสุข คือความหมายและจุดมุ่งหมายของชีวิต ความสุขสร้างขึ้นได้ง่าย ๆ โดยทำในสิ่งที่ต้องการจะทำ และซาบซึ้งกับความงามตามธรรมชาติ ชีวิตคนเรานั้นเปราะบางและแสนสั้นนัก จงใช้ชีวิตอย่างสมดุล และในฐานะเราผู้เป็นศิษย์พระคริสต์ได้รับการเลือกสรร เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงพอพระทัย พระองค์ได้ประทานพระหรรษทานแก่เราทุกคนเพื่อสานต่อภารกิจแห่งรักที่มิใช่เพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่สำหรับเพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้างทุกคน ในท่ามกลางที่มืดมิดของความขัดแย้งทั้งทางด้านความคิดและอุดมการณ์ของแต่ละคน เราต้องพร้อมที่จะเป็นเครื่องมือที่ฉายแสงแห่งรัก ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพื่อนำผู้คนที่ตกอยู่ในความมืด ให้ได้พบกับแสงสว่างแท้จริงและกลับมาพักพิงกับพระองค์   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

28
Dec

คอลัมน์”คนข้างวัด” : เริ่มด้วยแรงบันดาลใจดี ๆ

เริ่มด้วยแรงบันดาลใจดี ๆ             ส่งท้ายปีเก่าย่างสู่ปีใหม่ จิตใจเราเข้มแข็งมากขึ้นเพียงใด เป็นคำถามที่เราน่าจะนำมาทบทวนมากกว่า ว่าชีวิตเราร่ำรวย มีเงินมีทองมากขึ้นเท่าใด? ชีวิตในปี 2020 ที่หลายฝ่ายบอกว่าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งใหญ่ เราจะมีพลังใจในการรับมือและอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงได้ดีเพียงใด บางครั้งเรารู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง ทั้ง ๆ ที่เรานั้นมีอะไรมากกว่าผู้คนบนโลกนี้อีกมากมาย เรายังมีพระเจ้าอยู่เคียงข้างเสมอ ถ้าไม่ทำเป็นลืมพระองค์ แน่นอนในทุกชีวิตเรามักพบเจอกับภาวะการท้อแท้ หมดกำลังใจ เจ็บปวด วันนี้ขอนำเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนเกือบทั้งโลกผู้ที่มีชีวิตที่งดงามในยุคของเรานี้ ……… ขอให้เราเริ่มต้นชีวิตในปีใหม่ด้วยแรงบันดาลใจของ “นิค” เพื่อเป็นตัวอย่างในการก้าวสู่ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวกระโดด แล้วเราจะได้พบกับความสุขในชีวิตทุกช่วงเวลา อีกทั้งสามารถที่จะรับมือกับสิ่งใหม่ ๆ ไม่หลงใหล ไม่มึนงงในดงสมัยใหม่แต่ยึดมั่น มั่นคงในความดีงามตลอดไป พรที่สำคัญยิ่งอยู่ที่หัวใจอันแข็งแกร่งของเราแต่ละคน ขอสุขสวัสดีจงมีแด่ทุก ๆ ท่าน… สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

21
Dec

คอลัมน์”คนข้างวัด” :ว่างเพื่อวาง

ว่างเพื่อวาง ณ ริมแม่น้ำ เมืองโบราณฟ่งหวง (เมืองหงส์) เขตปกครองตนเองของชนเผ่าน้อยถู่เจียง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของมณฑลหูหนาน เมืองโบราณหงส์นี้ตั้งอยู่กลางหุบเขาและมีแม่น้ำถั่วเจียง แม่น้ำที่ใสสะอาดไหลผ่าน สองฝั่งแม่น้ำมีบ้านแบบโบราณที่ยกพื้นสูงเรียงรายกันบนริมแม่น้ำ เป็นภาพที่สวยงาม ได้มีโอกาสไปนั่งชื่นชมดื่มด่ำจนกลายเป็น ‘พื้นที่’ ที่เอื้อต่อการครุ่นคิดทบทวนถึงสิ่งต่าง ๆ การใคร่ครวญชีวิต เป็นหนังสือประเภทที่จะหยิบมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อต้องการขบคิดถึงอะไรบางอย่าง เป็นทัศนียภาพที่ปลอดโปร่งโล่งกว้างพอจะหาคำตอบได้ และตรงนั้นเองจึงเป็นที่มาของการทบทวนชีวิตที่กำลังจะผ่านพ้นไปอีกหนึ่งรอบปี พื้นที่ชีวิตเรามีที่วางเพิ่มขึ้นหรือรกรุงรังมากกว่าเดิม มีการจัดระเบียบของวิถีชีวิตเพื่อตัวเองหรือเพื่อผู้อื่นบ้างมากน้อยแค่ไหน??? สายน้ำไหลผ่าน สายน้ำที่ใสสะอาดแห่งนี้เป็นเงาสะท้อนให้ย้อนถึงความงามของวันเวลา สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

14
Dec

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ผ่านสู่ความชื่นชม

ผ่านสู่ความชื่นชม เราเห็น เราชื่นชมวิธีการพัฒนาของผู้อื่น เราก็ต้องมาย้อนถามว่า วันเวลาผันเปลี่ยน โลกเปลี่ยนแปลงไป เราได้เตรียมตัวเตรียมใจ ฝึกฝนตัวตนเพื่อสร้างความชื่นชมยินดีให้กับผู้ใดบ้าง หรือเรายังจมอยู่ในโลกส่วนตัว คิดเห็นแต่ตนเองฝ่ายเดียวอยู่หรือเปล่า โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไม่สนใจที่จะเอาวัฒนธรรมและธรรมชาติของท้องถิ่น น้ำใจของชุมชนมาผสมผสานกับความสร้างสรรค์ยุคใหม่ ความชื่นชมยินดีนั้นจะสมบูรณ์ต้องมาจากกลุ่มชน มิใช่เพียงแค่ลำพังคนเดียว…. สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

10
Dec

คอลัมน์”คนข้างวัด” : เวลาแห่งรัก

เวลาแห่งรัก มีความรู้สึกว่าเราเพิ่งฉลองคริสต์มาสผ่านมาเอง แป๊บเดียวเรากำลังจะฉลองกันอีกแล้วหรือ??? วันเวลาผ่านมาแล้วผ่านไปรวดเร็ว เร็วจนหลงลืมบางสิ่งบางอย่างไว้ข้างหลัง เดือนสุดท้ายของปีวนเวียนมาอีกรอบ สิ่งต่าง ๆ รอบข้างกายเปลี่ยนแปลงไป มีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้น เปลี่ยนเร็วจนไม่มีเวลาจะจดจำของเก่าก่อน ทุกสรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนไป แต่หัวใจคนเรานั้นมั่นคงเปลี่ยนไปหรือไม่ สำหรับผู้ที่ยึดมั่นในหนทางธรรมมีความดีเป็นเข็มทิศ แม้จะมีสิ่งเปลี่ยนแปลงมากเพียงใดก็มิอาจจะหวั่นไหว และมักจะหวนกลับไปสำรวจตรวจสอบตัวตนเสมอ ๆ ปราชญ์กรีกโบราณ โสเครติส กล่าวว่า “ชีวิตที่ไม่ถูกสำรวจตรวจตราไม่ใช่ชีวิตที่น่าอยู่” ชีวิตก็เหมือนเส้นทางที่ยังคงต้องสำรวจ เรามีเวลา 70-80 ปี บางคนก็สำรวจทุกซอกทุกมุม บางคนก็ไม่สำรวจมันเลย การสำรวจไม่ได้แปลว่า   จะชอบสิ่งที่พบเห็นตามทาง   แต่ก็อาจมีโอกาสพบเห็นเรื่องที่มีสีสันระหว่างทาง การสำรวจเส้นทางนี้คือ “การใช้ชีวิต” นั่นเอง สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

30
Nov

คอลัมน์”คนข้างวัด” : เราได้อะไรเมื่อพ่อจากไป

เราได้อะไรเมื่อพ่อจากไป ความสุขของเราชาวคาทอลิก โดยเฉพาะพวกเราชาวเซนต์หลุยส์ ที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดบริเวณรอบวัดของเรา ขอให้เป็นความสุขที่จะนำความชื่นชมยินดี ที่จะนำพระพรที่เราได้รับมาเป็นกำลังใจให้เราก้าวไปในหนทางแห่งความดีงามตลอดไป หลายคนตื่นแต่เช้า อดทนต่อแดดลมร้อนอย่างไม่ท้อถอย หลายคนกระตือรือร้นในการลงทะเบียนและเฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด หลายคนทำงานอย่างหนักเพื่อให้ช่วงเวลานี้ผ่านไปอย่างราบรื่น ในความความสมบูรณ์ที่เราคิดไว้ก็มีความไม่สมบูรณ์เกิดขึ้นได้เสมอ จากความกระตือรือร้นของบางคนกลับนำความเห็นแก่ตัวที่เอาเปรียบ เบียดบังโอกาสของผู้อื่นมาแทนที่ จะโดยเหตุผลเพียงเพื่ออยากจะเห็นพระองค์ให้ชัด อยากจะได้รูปพระองค์ท่าน อยากจะสัมผัส อยากจะเซลฟี่โชว์เพื่อน ๆ บางทีก็ทำให้ความสุขมวลรวมลดลงไปบ้าง ทั้งหลายทั้งปวงก็ถูกทลายลงด้วยรอยยิ้มของบิดาผู้น่ารักของพวกเรา ขณะทรงบนรถยิ้มแย้มหันซ้ายขวา โบกพระหัตถ์ไปมา เพื่อเราลูก ๆ ทุกคน เราควรนำไปไตร่ตรองเพื่อให้ชีวิตของเราที่ได้เห็นตัวแทนพระคริสต์บนโลกนี้และจะได้ทำตามที่ท่านได้ฝากคำสอนไว้ เพื่อว่าเราจะได้มีอะไรมาหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณบ้างในวันที่พ่อผู้นำจิตวิญญาณกลับไปสู่วาติกันแล้ว อย่าลืมว่า ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คือจิตวิญญาณความเป็นไทย อย่าให้ความสมัยใหม่เอาความเห็นแก่ตัวเข้าครอบครอง   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด