Category: konkhangwat

01
Feb

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ตื่น

ตืน เรื่องบางเรื่อง แค่รู้ที่จะหยุด คำตอบซึ่งเป็นความจริงก็จะปรากฏใช่หรือไม่ วันเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า เราปล่อยวางลงบ้างแล้วเท่าไหร่? คิดแล้วคิดเล่า ได้มาครอบครองมากน้อยแล้วเท่าไหร่?วางแผนแล้ววางแผนเล่า พลาดพลั้งไปแล้วเท่าไหร่? หวังแล้วหวังเล่า เป็นทุกข์มาแล้วตั้งเท่าไหร่? โลภโมโทสันสะสมกอบโกยไม่สิ้นสุด ทำบาปกับผู้คนมาแล้วเท่าไหร่? สร้างรอยแค้นลบรอยรักให้กับใคร ๆ มาแล้วเท่าไหร่? เมื่อวันสุดท้ายมาเยือน เอาอะไรไปได้สักเท่าไหร่? ตื่นเถิด ตื่นรู้ ตื่นตัว ไม่กลัว ไม่ตื่นตูม ไม่ตื่นเต้น ไม่ตื่นตระหนก รับรู้เรียนรู้ กับวันเวลาอย่างสันติ ความสว่างของวันใหม่มีมาให้เห็นได้ทุกวันหากเราตื่นมารับรู้และสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคงและไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า…..   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

26
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : อย่าลืม

อย่าลืม “เหนื่อย” 累 คนที่พร่ำบ่นว่าเหนื่อยออกมาจะทำให้พละกำลังของตนเองลดลงในทันที ชีวิตคนจีนสมัยก่อนต้องพบแต่ความยากลำบาก ต้องปากกัดตีนถีบ เรื่องเหนื่อยจึงต้องพบเจอเป็นประจำ แต่พวกเขาเลือกที่จะทำงานต่อไป โดยไม่พูดคำว่าเหนื่อยออกมา จนสามารถเลี้ยงดูครอบครัวให้สุขสบายได้ บางทีก็น่าเห็นใจคนที่ต้องรับภาระ ทำงานหลายอย่างต้องฝ่าการจราจรอันจลาจลทุกวัน กว่าจะได้มาซึ่งเงินทอง เพื่อใช้จ่าย ความอ่อนล้าทางกายย่อมมี แต่ก็มีหลายคนบ่นตลอดเวลา บางคนยังไม่ทันจะทำอะไรก็บ่นแล้วว่า “เหนื่อยจัง ตังค์ก็อยากได้” ก็เพราะเราทำทุกอย่างเพียงเพื่อสนองตัวเอง แต่สำหรับคนที่ต้องทำเพื่อคนอื่นด้วยความรัก มักจะไม่มีคำบ่นว่าเหนื่อยออกมาให้ได้ยิน มีแต่ความยินดีที่จะทำ เพราะความสุขที่แท้จริงอยู่บนรอยยิ้มของคนอื่น วันนี้ตรุษจีนได้นำสิ่งเหล่านี้มาแบ่งปัน เพื่อให้ชีวิตเราเติบโตขึ้นไปกับวันเวลาอย่างสมบูรณ์ ความอดทน ขยันมั่นเพียรและเพียงพอ ในยุคที่ทุกสิ่งกำลังเปลี่ยน วิถีชีวิตกำลังปรับ แต่คุณธรรมเหล่านี้ไม่ควรที่เราจะหลงลืม เราต้องทำทุกสิ่งด้วยความรัก เพราะหากเราไร้รักก็ไร้ใจที่จะทำให้ชีวิตพบกับสันติสุข ขอให้ทุกคนร่ำรวยความรัก ร่ำรวยความสุขทุกวันเวลา.  สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่  www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

18
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : แค่คิด

แค่คิด นี่คือความเป็นไปได้และยิ่งตอกย้ำประเด็นทางสังคมอันเปราะบางที่โหดร้ายยิ่งนัก แค่คิดและนั่งทบทวนตลอดเส้นทางสายนี้ที่เห็นและเรียนรู้เทคโนโลยีตลอดมา เห็นการเปลี่ยนแปลง และเป็นคนในยุคเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ยุคดิจิตอล และกำลังก้าวสู่ยุค AI ปัญญาประดิษฐ์ สิ่งใหม่ ๆ ก็ยังไม่อาจจะทำให้จิตใจมนุษย์เราพัฒนาสูงส่งขึ้นเลย แถมกำลังสวนทางเสียด้วยซ้ำไป เมื่อคนได้ครอบครองเทคโนโลยีทำให้เห็นแก่ตัว เห็นแต่ความคิดของตัวเองมากขึ้น หากเชื่อมโยงสมองกับคอมพิวเตอร์ได้ ข้อมูลแห่งความเห็นแก่ตัวนี้คงเป็น BigData ที่อาจจะนำไปสู่ความทะเยอทะยานในรูปแบบใหม่ เทคโนโลยีกำลังปูทางใหม่ให้ผู้คน อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ลบล้างความเป็นมนุษย์ของเราบางคนลงไปด้วย ทุกสิ่งที่กำเนิดมาในโลกล้วนเป็นสิ่งที่ดี และพระเจ้าย่อมให้เสรีภาพสำหรับเรามนุษย์ในการค้นคิด ค้นคว้า เพื่อพัฒนาโลก แต่เรามักติดหล่มกับความเห็นแก่ตัว นี่แหละที่ไม่สามารถจะใช้อุปกรณ์ใด ๆ มาแก้ไขได้ โลกแห่งสันติสุขก็จะห่างไกล เพราะสมองคนจะกลายเป็นสมองกลที่ปราศจากจิตสำนึกและมโนธรรม แค่คิด..ก็สงสารพระเจ้าจับใจ  สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

11
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ดับไฟในใจเรา

ดับไฟในใจเรา ตื่นขึ้นมาในวันแรก ๆ ของปีใหม่ ปีที่ทุกคนหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการพัฒนาอย่างมโหฬาร จะมีเครื่องไม้เครื่องมือมาอำนวยความสะดวก มาต่อเติมเสริมแต่งให้ชีวิตมนุษยชาติมีความผาสุกมากยิ่งขึ้น แต่ที่ไหนได้…เรากำลังติดกับดักและต้องเผชิญอยู่กับสิ่งที่มาทำร้ายเราอย่างคาดไม่ถึง เรามีความหวังจะเห็นแสงสว่างของการเปลี่ยนผ่าน แต่กลับมาพบเปลวไฟที่ร้ายแรง ไฟสงคราม ไฟทำลายป่าไหม้ และไฟแห่งโรคระบาด เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า มีเพียงสี่อย่างที่จะทำลายมนุษย์ให้ย่อยยับลงได้ นั่นคือ สงคราม ภัยธรรรมชาติ โรคระบาดและอุบัติเหตุ ทั้งสี่อย่างนี้เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันมาในช่วงต้นปีนี้ เป็นเหมือนสัญญาณอะไรหรือเปล่า? คงไม่ใช่ทั้งหมด นี่เป็นเพียงสิ่งตักเตือนให้เราไตร่ตรองทบทวนว่า มีสิ่งใดเล่าที่จะยังคงค้ำจุนโลกนี้ได้ในทุกกรณี “ความรัก ความเมตตา กรุณา” ยังคงเป็นสิ่งที่โลกต้องการเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาทุกอย่างในทุกบรรทัดข้างบน มิใช่เทคโนโลยีที่กอบกู้โลกแต่เมตตาธรรมต่างหากที่จะค้ำจุนโลก มาช่วยกันดับไฟในใจเราก่อน ดับด้วยน้ำใจ เพื่อเราจะได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการรักษาอาณาจักรที่พระเจ้ามอบหมายให้เราดูแลนี้ ให้เป็นสวนสันติสุขตลอดไป… สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

04
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : พักตรงนี้

พักตรงนี้ ในวันข้างหน้าวันที่เราต้องประสบพบเจอการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกโดยรวม วันที่อยู่ท่ามกลางผืนดินที่ใหญ่กว่าใหม่กว่า เราจะมีพละกำลังกาย มีกำลังใจที่จะบากบั่นก้าวข้ามผ่านไปหรือเปล่า หากว่าเราไม่เรียนรู้ที่จะหยุดพักตรงนี้วันนี้บ้าง อย่าให้ต้องเป็นว่า เมื่อได้มองย้อนกลับไป ต้องมาสำนึกเสียใจในสิ่งที่ต้องการนั้นจริง ๆ เรากลับไม่ได้มันมาทั้ง ๆ ที่มันอยู่ใกล้เหลือเกิน สิ่งที่เราขวนขวายและพยายามไขว่คว้ามัน กลับไม่ได้ให้อะไรกับชีวิตเราเลย ทุกอย่างว่างเปล่า สูญหายไปกับวันเวลา ความรัก มิตรภาพ สันติสุข หดหายไปเสียสิ้น แต่เมื่อเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้กับสิ่งที่เราผ่านพ้นมาแล้วในชีวิต ก็จงเริ่มทำปัจจุบันให้ดีขึ้น อย่าลืมว่าชีวิตคือความสมดุล ครอบครัวและส่วนตัว ส่วนรวม ชุมชน เราก้าวเดินไปข้างหน้านั้นเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต มิใช่สะสมความหายนะของชีวิต เดินทางเพื่อให้พบกับความสุข เพราะแท้จริงแล้ว ความสุข คือความหมายและจุดมุ่งหมายของชีวิต ความสุขสร้างขึ้นได้ง่าย ๆ โดยทำในสิ่งที่ต้องการจะทำ และซาบซึ้งกับความงามตามธรรมชาติ ชีวิตคนเรานั้นเปราะบางและแสนสั้นนัก จงใช้ชีวิตอย่างสมดุล และในฐานะเราผู้เป็นศิษย์พระคริสต์ได้รับการเลือกสรร เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงพอพระทัย พระองค์ได้ประทานพระหรรษทานแก่เราทุกคนเพื่อสานต่อภารกิจแห่งรักที่มิใช่เพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่สำหรับเพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้างทุกคน ในท่ามกลางที่มืดมิดของความขัดแย้งทั้งทางด้านความคิดและอุดมการณ์ของแต่ละคน เราต้องพร้อมที่จะเป็นเครื่องมือที่ฉายแสงแห่งรัก ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพื่อนำผู้คนที่ตกอยู่ในความมืด ให้ได้พบกับแสงสว่างแท้จริงและกลับมาพักพิงกับพระองค์   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

28
Dec

คอลัมน์”คนข้างวัด” : เริ่มด้วยแรงบันดาลใจดี ๆ

เริ่มด้วยแรงบันดาลใจดี ๆ             ส่งท้ายปีเก่าย่างสู่ปีใหม่ จิตใจเราเข้มแข็งมากขึ้นเพียงใด เป็นคำถามที่เราน่าจะนำมาทบทวนมากกว่า ว่าชีวิตเราร่ำรวย มีเงินมีทองมากขึ้นเท่าใด? ชีวิตในปี 2020 ที่หลายฝ่ายบอกว่าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งใหญ่ เราจะมีพลังใจในการรับมือและอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงได้ดีเพียงใด บางครั้งเรารู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง ทั้ง ๆ ที่เรานั้นมีอะไรมากกว่าผู้คนบนโลกนี้อีกมากมาย เรายังมีพระเจ้าอยู่เคียงข้างเสมอ ถ้าไม่ทำเป็นลืมพระองค์ แน่นอนในทุกชีวิตเรามักพบเจอกับภาวะการท้อแท้ หมดกำลังใจ เจ็บปวด วันนี้ขอนำเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนเกือบทั้งโลกผู้ที่มีชีวิตที่งดงามในยุคของเรานี้ ……… ขอให้เราเริ่มต้นชีวิตในปีใหม่ด้วยแรงบันดาลใจของ “นิค” เพื่อเป็นตัวอย่างในการก้าวสู่ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวกระโดด แล้วเราจะได้พบกับความสุขในชีวิตทุกช่วงเวลา อีกทั้งสามารถที่จะรับมือกับสิ่งใหม่ ๆ ไม่หลงใหล ไม่มึนงงในดงสมัยใหม่แต่ยึดมั่น มั่นคงในความดีงามตลอดไป พรที่สำคัญยิ่งอยู่ที่หัวใจอันแข็งแกร่งของเราแต่ละคน ขอสุขสวัสดีจงมีแด่ทุก ๆ ท่าน… สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

21
Dec

คอลัมน์”คนข้างวัด” :ว่างเพื่อวาง

ว่างเพื่อวาง ณ ริมแม่น้ำ เมืองโบราณฟ่งหวง (เมืองหงส์) เขตปกครองตนเองของชนเผ่าน้อยถู่เจียง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของมณฑลหูหนาน เมืองโบราณหงส์นี้ตั้งอยู่กลางหุบเขาและมีแม่น้ำถั่วเจียง แม่น้ำที่ใสสะอาดไหลผ่าน สองฝั่งแม่น้ำมีบ้านแบบโบราณที่ยกพื้นสูงเรียงรายกันบนริมแม่น้ำ เป็นภาพที่สวยงาม ได้มีโอกาสไปนั่งชื่นชมดื่มด่ำจนกลายเป็น ‘พื้นที่’ ที่เอื้อต่อการครุ่นคิดทบทวนถึงสิ่งต่าง ๆ การใคร่ครวญชีวิต เป็นหนังสือประเภทที่จะหยิบมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อต้องการขบคิดถึงอะไรบางอย่าง เป็นทัศนียภาพที่ปลอดโปร่งโล่งกว้างพอจะหาคำตอบได้ และตรงนั้นเองจึงเป็นที่มาของการทบทวนชีวิตที่กำลังจะผ่านพ้นไปอีกหนึ่งรอบปี พื้นที่ชีวิตเรามีที่วางเพิ่มขึ้นหรือรกรุงรังมากกว่าเดิม มีการจัดระเบียบของวิถีชีวิตเพื่อตัวเองหรือเพื่อผู้อื่นบ้างมากน้อยแค่ไหน??? สายน้ำไหลผ่าน สายน้ำที่ใสสะอาดแห่งนี้เป็นเงาสะท้อนให้ย้อนถึงความงามของวันเวลา สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

14
Dec

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ผ่านสู่ความชื่นชม

ผ่านสู่ความชื่นชม เราเห็น เราชื่นชมวิธีการพัฒนาของผู้อื่น เราก็ต้องมาย้อนถามว่า วันเวลาผันเปลี่ยน โลกเปลี่ยนแปลงไป เราได้เตรียมตัวเตรียมใจ ฝึกฝนตัวตนเพื่อสร้างความชื่นชมยินดีให้กับผู้ใดบ้าง หรือเรายังจมอยู่ในโลกส่วนตัว คิดเห็นแต่ตนเองฝ่ายเดียวอยู่หรือเปล่า โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไม่สนใจที่จะเอาวัฒนธรรมและธรรมชาติของท้องถิ่น น้ำใจของชุมชนมาผสมผสานกับความสร้างสรรค์ยุคใหม่ ความชื่นชมยินดีนั้นจะสมบูรณ์ต้องมาจากกลุ่มชน มิใช่เพียงแค่ลำพังคนเดียว…. สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด