Category: konkhangwat

16
Feb

คอลัมน์”คนข้างวัด” : รู้สึก…

รู้สึก….. ในยุคที่เรากำลังถูกเทคโนโลยีครองเมือง ถูกไอทีชี้นำวิถีชีวิต ศาสนาดั้งเดิมเป็นเพียงสิ่งเคยชิน ระบบการศึกษาค้นคว้าแสวงหาจากนอกห้องเรียน การอุปถัมภ์ค้ำจุนที่ต่างตอบแทนกลายเป็นบุญคุณที่ไร้แก่นสาร สังคมกำลังถูกคลื่นไอทีกระแทกแทรกซึมเข้ามาจนทำให้หลายองค์กรเสียหลัก ตั้งตัวไม่ติด ยิ่งไม่เริ่มก้าวยิ่งถอยห่างจากความเป็นจริง ยิ่งไม่ปรับตัวเรายิ่งเจ็บปวด เราอยู่ในโลกเราต้องก้าวไปกับโลกแต่ต้องไม่หลงไปกับกระแสโลก การปรับตัวด้วยการนำสิ่งดีงามมาประยุกต์ใช้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ ใช้วิธีการใหม่ ๆ กับความดีงามอันเป็นนิรันดร์ต้องถูกนำมาใช้อย่างถูกกาละเทศะ ความเชื่อความศรัทธาต้องมั่นคง และส่งเสริมให้มีความรู้สึกที่ดีรับผิดชอบทางสังคมให้มากขึ้น ใช้ความรู้สึกของเราเพื่อสัมผัสความรู้สึกของคนอื่นให้เป็น สร้างความร่มเย็นแก่กัน อย่ากดดันด้วยคำพูด ด้วยการดูถูกหยามเหยียด อย่าเบียดเบียนกันด้วยความอวดเบ่งอวดเก่ง อย่าผลักดันให้คนอื่นเดินตามทางของตัวเรา การสร้างอาณาจักรสวรรค์ในแผ่นดินเริ่มจากการดูแลความรู้สึกซึ่งกันและกัน มิใช่แค่เพียงถามว่ารู้สึกอย่างไร!!! เราต้องเข้าไปอยู่ในความรู้สึกของคนอื่นนั้นอย่างจริงจังด้วย หากว่าสื่อแล้ว พูดแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรดีขึ้น ก็ควรหลีกออกมาตั้งสติ คิดไตร่ตรอง บางทีอาจจะเห็นว่า ณ ตรงนั้นเราควรยืนอยู่แค่ตรงไหน อย่าคิดว่าเราสำคัญสุด หยุดหาตัวตน ไม่จำเป็นต้องมีบทบาทในทุกกรณี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นถ้าเรารู้ตัวว่าเราไม่เหมาะ คนเราไม่ได้ชำนาญไม่ได้เก่งทุกเรื่อง เหมือนอย่างที่ศาสนาไอทีชี้นำเสมอไป เรายังจำเป็นต้องพึ่งพากัน และบางครั้งในวันที่รู้สึกต้องการใครสักคนมาอยู่ข้าง ๆ ในวันที่เหนื่อยและล้าแล้วมีคนนั้นเข้าใจความรู้สึกเรา โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นมากเลยทีเดียว ในวันที่เราผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ มาด้วยกัน เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องย้ำเตือนตัวเองให้มากและบ่อย ๆ ว่า “อย่าเอาความรู้สึกคนอื่นมาแค่บอกผ่าน แต่เราต้องเอาความรู้สึกของเราเข้าไปอยู่ในความรู้สึกของคนอื่นให้มากขึ้น” ใช้ไอทีมาแบ่งปันความดี ใช้เทคโนโลยีชี้นำคำสอน […]

08
Feb

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ฝากไว้กับคนอืน

ฝากไว้กับคนอืน ใช่หรือไม่ บ่อยครั้งเมื่อเรามีความสุขเรามักจะหลงลืมคนอื่น เราต้องนำความสุขนั้นไปยังผู้อื่น ถ่ายเทพลังความสุขนั้นให้กันและกัน โดยไม่ฝากความสุขไว้กับคนอื่น เราเป็นเกลือเป็นแสงสว่างที่จะต้องนำความมั่นคง นำพาให้ผู้คนพบกับความสุขที่แท้จริงไปพร้อม ๆ กัน อย่าทำตัวให้คนอื่นคาดหวังจากเราฝ่ายเดียว และเช่นกัน ต้องไม่ไปฝากความหวังทั้งหมดกับคนอื่น ทำตามหน้าที่ ทำในสิ่งที่เราชำนาญด้วยความรัก  ทำความดีด้วยความไม่อวดดีไม่ดูถูกดูแคลนกัน แล้วเราจะผ่านวันเวลาที่มีทั้งทุกข์และสุขอย่างเปรมปรีดิ์ตลอดไป เป็นแสงส่องทางโดยไม่ต้องชี้ทาง เป็นเกลือดองโดยไม่ใส่ความบูดเน่าลงไป สังคมในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไรเราไม่สามารถล่วงรู้ได้ สร้างความสุขปัจจุบัน สร้างความงามในวันนี้ สร้างความดีให้พร้อมพรัก สร้างความรักให้มั่นคง เพียงเท่านี้ชีวิตเราจะพบกับสันติสุขในทุกช่วงเวลานาที…    สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

01
Feb

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ตื่น

ตืน เรื่องบางเรื่อง แค่รู้ที่จะหยุด คำตอบซึ่งเป็นความจริงก็จะปรากฏใช่หรือไม่ วันเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า เราปล่อยวางลงบ้างแล้วเท่าไหร่? คิดแล้วคิดเล่า ได้มาครอบครองมากน้อยแล้วเท่าไหร่?วางแผนแล้ววางแผนเล่า พลาดพลั้งไปแล้วเท่าไหร่? หวังแล้วหวังเล่า เป็นทุกข์มาแล้วตั้งเท่าไหร่? โลภโมโทสันสะสมกอบโกยไม่สิ้นสุด ทำบาปกับผู้คนมาแล้วเท่าไหร่? สร้างรอยแค้นลบรอยรักให้กับใคร ๆ มาแล้วเท่าไหร่? เมื่อวันสุดท้ายมาเยือน เอาอะไรไปได้สักเท่าไหร่? ตื่นเถิด ตื่นรู้ ตื่นตัว ไม่กลัว ไม่ตื่นตูม ไม่ตื่นเต้น ไม่ตื่นตระหนก รับรู้เรียนรู้ กับวันเวลาอย่างสันติ ความสว่างของวันใหม่มีมาให้เห็นได้ทุกวันหากเราตื่นมารับรู้และสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคงและไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า…..   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

26
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : อย่าลืม

อย่าลืม “เหนื่อย” 累 คนที่พร่ำบ่นว่าเหนื่อยออกมาจะทำให้พละกำลังของตนเองลดลงในทันที ชีวิตคนจีนสมัยก่อนต้องพบแต่ความยากลำบาก ต้องปากกัดตีนถีบ เรื่องเหนื่อยจึงต้องพบเจอเป็นประจำ แต่พวกเขาเลือกที่จะทำงานต่อไป โดยไม่พูดคำว่าเหนื่อยออกมา จนสามารถเลี้ยงดูครอบครัวให้สุขสบายได้ บางทีก็น่าเห็นใจคนที่ต้องรับภาระ ทำงานหลายอย่างต้องฝ่าการจราจรอันจลาจลทุกวัน กว่าจะได้มาซึ่งเงินทอง เพื่อใช้จ่าย ความอ่อนล้าทางกายย่อมมี แต่ก็มีหลายคนบ่นตลอดเวลา บางคนยังไม่ทันจะทำอะไรก็บ่นแล้วว่า “เหนื่อยจัง ตังค์ก็อยากได้” ก็เพราะเราทำทุกอย่างเพียงเพื่อสนองตัวเอง แต่สำหรับคนที่ต้องทำเพื่อคนอื่นด้วยความรัก มักจะไม่มีคำบ่นว่าเหนื่อยออกมาให้ได้ยิน มีแต่ความยินดีที่จะทำ เพราะความสุขที่แท้จริงอยู่บนรอยยิ้มของคนอื่น วันนี้ตรุษจีนได้นำสิ่งเหล่านี้มาแบ่งปัน เพื่อให้ชีวิตเราเติบโตขึ้นไปกับวันเวลาอย่างสมบูรณ์ ความอดทน ขยันมั่นเพียรและเพียงพอ ในยุคที่ทุกสิ่งกำลังเปลี่ยน วิถีชีวิตกำลังปรับ แต่คุณธรรมเหล่านี้ไม่ควรที่เราจะหลงลืม เราต้องทำทุกสิ่งด้วยความรัก เพราะหากเราไร้รักก็ไร้ใจที่จะทำให้ชีวิตพบกับสันติสุข ขอให้ทุกคนร่ำรวยความรัก ร่ำรวยความสุขทุกวันเวลา.  สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่  www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

18
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : แค่คิด

แค่คิด นี่คือความเป็นไปได้และยิ่งตอกย้ำประเด็นทางสังคมอันเปราะบางที่โหดร้ายยิ่งนัก แค่คิดและนั่งทบทวนตลอดเส้นทางสายนี้ที่เห็นและเรียนรู้เทคโนโลยีตลอดมา เห็นการเปลี่ยนแปลง และเป็นคนในยุคเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกสู่ยุคดิจิตอล และกำลังก้าวสู่ยุค AI ปัญญาประดิษฐ์ สิ่งใหม่ ๆ ก็ยังไม่อาจจะทำให้จิตใจมนุษย์เราพัฒนาสูงส่งขึ้นเลย แถมกำลังสวนทางเสียด้วยซ้ำไป เมื่อคนได้ครอบครองเทคโนโลยีทำให้เห็นแก่ตัว เห็นแต่ความคิดของตัวเองมากขึ้น หากเชื่อมโยงสมองกับคอมพิวเตอร์ได้ ข้อมูลแห่งความเห็นแก่ตัวนี้คงเป็น BigData ที่อาจจะนำไปสู่ความทะเยอทะยานในรูปแบบใหม่ เทคโนโลยีกำลังปูทางใหม่ให้ผู้คน อาจจะกลายเป็นสิ่งที่ลบล้างความเป็นมนุษย์ของเราบางคนลงไปด้วย ทุกสิ่งที่กำเนิดมาในโลกล้วนเป็นสิ่งที่ดี และพระเจ้าย่อมให้เสรีภาพสำหรับเรามนุษย์ในการค้นคิด ค้นคว้า เพื่อพัฒนาโลก แต่เรามักติดหล่มกับความเห็นแก่ตัว นี่แหละที่ไม่สามารถจะใช้อุปกรณ์ใด ๆ มาแก้ไขได้ โลกแห่งสันติสุขก็จะห่างไกล เพราะสมองคนจะกลายเป็นสมองกลที่ปราศจากจิตสำนึกและมโนธรรม แค่คิด..ก็สงสารพระเจ้าจับใจ  สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

11
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ดับไฟในใจเรา

ดับไฟในใจเรา ตื่นขึ้นมาในวันแรก ๆ ของปีใหม่ ปีที่ทุกคนหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการพัฒนาอย่างมโหฬาร จะมีเครื่องไม้เครื่องมือมาอำนวยความสะดวก มาต่อเติมเสริมแต่งให้ชีวิตมนุษยชาติมีความผาสุกมากยิ่งขึ้น แต่ที่ไหนได้…เรากำลังติดกับดักและต้องเผชิญอยู่กับสิ่งที่มาทำร้ายเราอย่างคาดไม่ถึง เรามีความหวังจะเห็นแสงสว่างของการเปลี่ยนผ่าน แต่กลับมาพบเปลวไฟที่ร้ายแรง ไฟสงคราม ไฟทำลายป่าไหม้ และไฟแห่งโรคระบาด เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า มีเพียงสี่อย่างที่จะทำลายมนุษย์ให้ย่อยยับลงได้ นั่นคือ สงคราม ภัยธรรรมชาติ โรคระบาดและอุบัติเหตุ ทั้งสี่อย่างนี้เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันมาในช่วงต้นปีนี้ เป็นเหมือนสัญญาณอะไรหรือเปล่า? คงไม่ใช่ทั้งหมด นี่เป็นเพียงสิ่งตักเตือนให้เราไตร่ตรองทบทวนว่า มีสิ่งใดเล่าที่จะยังคงค้ำจุนโลกนี้ได้ในทุกกรณี “ความรัก ความเมตตา กรุณา” ยังคงเป็นสิ่งที่โลกต้องการเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาทุกอย่างในทุกบรรทัดข้างบน มิใช่เทคโนโลยีที่กอบกู้โลกแต่เมตตาธรรมต่างหากที่จะค้ำจุนโลก มาช่วยกันดับไฟในใจเราก่อน ดับด้วยน้ำใจ เพื่อเราจะได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการรักษาอาณาจักรที่พระเจ้ามอบหมายให้เราดูแลนี้ ให้เป็นสวนสันติสุขตลอดไป… สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

04
Jan

คอลัมน์”คนข้างวัด” : พักตรงนี้

พักตรงนี้ ในวันข้างหน้าวันที่เราต้องประสบพบเจอการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกโดยรวม วันที่อยู่ท่ามกลางผืนดินที่ใหญ่กว่าใหม่กว่า เราจะมีพละกำลังกาย มีกำลังใจที่จะบากบั่นก้าวข้ามผ่านไปหรือเปล่า หากว่าเราไม่เรียนรู้ที่จะหยุดพักตรงนี้วันนี้บ้าง อย่าให้ต้องเป็นว่า เมื่อได้มองย้อนกลับไป ต้องมาสำนึกเสียใจในสิ่งที่ต้องการนั้นจริง ๆ เรากลับไม่ได้มันมาทั้ง ๆ ที่มันอยู่ใกล้เหลือเกิน สิ่งที่เราขวนขวายและพยายามไขว่คว้ามัน กลับไม่ได้ให้อะไรกับชีวิตเราเลย ทุกอย่างว่างเปล่า สูญหายไปกับวันเวลา ความรัก มิตรภาพ สันติสุข หดหายไปเสียสิ้น แต่เมื่อเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้กับสิ่งที่เราผ่านพ้นมาแล้วในชีวิต ก็จงเริ่มทำปัจจุบันให้ดีขึ้น อย่าลืมว่าชีวิตคือความสมดุล ครอบครัวและส่วนตัว ส่วนรวม ชุมชน เราก้าวเดินไปข้างหน้านั้นเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต มิใช่สะสมความหายนะของชีวิต เดินทางเพื่อให้พบกับความสุข เพราะแท้จริงแล้ว ความสุข คือความหมายและจุดมุ่งหมายของชีวิต ความสุขสร้างขึ้นได้ง่าย ๆ โดยทำในสิ่งที่ต้องการจะทำ และซาบซึ้งกับความงามตามธรรมชาติ ชีวิตคนเรานั้นเปราะบางและแสนสั้นนัก จงใช้ชีวิตอย่างสมดุล และในฐานะเราผู้เป็นศิษย์พระคริสต์ได้รับการเลือกสรร เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงพอพระทัย พระองค์ได้ประทานพระหรรษทานแก่เราทุกคนเพื่อสานต่อภารกิจแห่งรักที่มิใช่เพื่อประโยชน์ของตนเอง แต่สำหรับเพื่อนพี่น้องที่อยู่รอบข้างทุกคน ในท่ามกลางที่มืดมิดของความขัดแย้งทั้งทางด้านความคิดและอุดมการณ์ของแต่ละคน เราต้องพร้อมที่จะเป็นเครื่องมือที่ฉายแสงแห่งรัก ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียว เพื่อนำผู้คนที่ตกอยู่ในความมืด ให้ได้พบกับแสงสว่างแท้จริงและกลับมาพักพิงกับพระองค์   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

28
Dec

คอลัมน์”คนข้างวัด” : เริ่มด้วยแรงบันดาลใจดี ๆ

เริ่มด้วยแรงบันดาลใจดี ๆ             ส่งท้ายปีเก่าย่างสู่ปีใหม่ จิตใจเราเข้มแข็งมากขึ้นเพียงใด เป็นคำถามที่เราน่าจะนำมาทบทวนมากกว่า ว่าชีวิตเราร่ำรวย มีเงินมีทองมากขึ้นเท่าใด? ชีวิตในปี 2020 ที่หลายฝ่ายบอกว่าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งใหญ่ เราจะมีพลังใจในการรับมือและอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงได้ดีเพียงใด บางครั้งเรารู้สึกท้อแท้และสิ้นหวัง ทั้ง ๆ ที่เรานั้นมีอะไรมากกว่าผู้คนบนโลกนี้อีกมากมาย เรายังมีพระเจ้าอยู่เคียงข้างเสมอ ถ้าไม่ทำเป็นลืมพระองค์ แน่นอนในทุกชีวิตเรามักพบเจอกับภาวะการท้อแท้ หมดกำลังใจ เจ็บปวด วันนี้ขอนำเรื่องราวของหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนเกือบทั้งโลกผู้ที่มีชีวิตที่งดงามในยุคของเรานี้ ……… ขอให้เราเริ่มต้นชีวิตในปีใหม่ด้วยแรงบันดาลใจของ “นิค” เพื่อเป็นตัวอย่างในการก้าวสู่ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวกระโดด แล้วเราจะได้พบกับความสุขในชีวิตทุกช่วงเวลา อีกทั้งสามารถที่จะรับมือกับสิ่งใหม่ ๆ ไม่หลงใหล ไม่มึนงงในดงสมัยใหม่แต่ยึดมั่น มั่นคงในความดีงามตลอดไป พรที่สำคัญยิ่งอยู่ที่หัวใจอันแข็งแกร่งของเราแต่ละคน ขอสุขสวัสดีจงมีแด่ทุก ๆ ท่าน… สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด