Category: konkhangwat

12
Oct

คอลัมน์”ตนข้างวัด” : ความเรียบง่ายที่ยิ่งใหญ่

ความเรียบง่ายที่ยิ่งใหญ่ เป้าหมายหลักของผู้คนทั่วไปคือการได้รับตำแหน่งที่สูงสุด ทำงานก็เพื่อให้เป็นเจ้าคนนายคน เราจึงต่างดิ้นรนเพื่อให้มีอำนาจ เราต่างก้าวขึ้นให้เหนือทุกคนจนลืมค่าของทุกคนไป หลงลืมไปว่า เราต่างเกิดมาเพื่อกันและกัน รับใช้กัน ที่ไหนได้ เราต่างกดขี่กัน กดดันกันเพื่อตัวเองจะได้เป็นที่หนึ่ง ใช่หรือไม่ เรามักหลงลืมคำสอนที่ว่า คนสุดท้ายจะกลายเป็นคนแรก และคนแรกจะอยู่ปลายทางหางแถว ผู้คนในยุคที่ถูกกระแสแห่งความเห็นแก่ตัวเข้าครอบครอง ทำให้เกิดภาวะไร้สุข ไม่ใส่ใจชีวิตภายใน ไร้ที่พึ่งพิง เงียบเหงาเศร้าในวิญญาณ รอวันสิ้นสลายหายไป กระแสนี้กำลังค่อย ๆ เป็นวิกฤตของสังคมโลก ที่น่ากลัวกว่าสงครามโลก อัตราการฆ่าตัวตายมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมีมากกว่าคนที่เสียชีวิตจากภัยสงครามอย่างไม่น่าเชื่อโลกเหมือนกำลังสิ้นหวัง และแล้ววันหนึ่งเกิดปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก จากคนไร้ชื่อเสียง จากพระคาร์ดินัลละตินอเมริกาธรรมดาที่ทำให้โลกกลับหันมามอง มาใส่ใจคุณค่าชีวิตมากขึ้น สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com, www.facebook.com/คนข้างวัด  

06
Oct

คอลัม์”คนข้างวัด” : ล้างทางใจ

ล้างทางใจ การเตรียมงานเตรียมพื้นที่สำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ที่วัดเซนต์หลุยส์ของเราซึ่งอยู่ใกล้ที่ประทับของพระองค์ในภารกิจเยือนประเทศไทยในครั้งนี้ จึงได้มีการตระเตรียมในหลาย ๆ ด้าน เดินผ่านมาที่วัดเห็นหลังคามีคนหลายคนกำลังปีนป่ายขัดสีเพื่อให้ขาวสะอาดขึ้น งานแบบนี้เราก็ต้องอาศัยคนที่มีความชำนาญการ ก็คงเหมือนกับการที่สมเด็จพระสันตะปาปาที่พระเจ้าทรงเลือกสรรให้มารับภารกิจแห่งรักนี้ ย่อมต้องเป็นผู้ที่เหมาะสมกับงานที่พระทรงมอบหมาย ในวันที่สันติภาพหายาก ในยุคที่ผู้คนต่างละทิ้งความเชื่อและละเลยคนยากไร้ไม่มีที่พึ่งพิง ในยุคที่มีแต่ความเห็นแก่ตัว สมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์นี้เป็นผู้มีความนบนอบ เป็นผู้ที่เต็มไปด้วยเมตตาในหัวใจ จึงเหมาะสมยิ่งนักที่จะมาเป็นผู้ชำระล้างสังคมให้สะอาดยิ่งขึ้น เสียงย่ำระฆังที่กังวานคืนวันที่ 13 มีนาคม 2013 เวลา 19.08 นาฬิกา หลังจากที่ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาทางปล่องไฟของวิหารน้อยซิสติน เป็นสัญญาณว่า เราได้สมเด็จพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่เรียบร้อยแล้ว สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส เสด็จออกมุขกลางหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร โดยมิได้ทรงสวมใส่เสื้อคลุมที่ถือเป็นยศตำแหน่งสูงสุดแห่งการปกครองพระศาสนจักร เหมือนดังที่เคยปฎิบัติกันมา พระดำรัสแรกในค่ำคืนนั้นสร้างความประทับใจให้กับผู้คนทั่วโลกว่า “พี่น้องชายหญิงที่รัก สวัสดีตอนเย็น!ดูเหมือนว่า บรรดาพี่น้องพระคาร์ดินัลได้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเลือกคน ๆ นั้น และเราก็ทำได้แล้ว พ่อขอขอบคุณสำหรับการต้อนรับของพวกท่าน สังฆมณฑลโรมก็มีพระสังฆราชของตนเองแล้ว ขอบคุณ! ก่อนอื่น พ่ออยากจะมอบคำภาวนาให้กับพระสังฆราชกิตติคุณของเรา สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 ขอให้พวกเราภาวนาเพื่อพระองค์ เพื่อที่พระเจ้าจะทรงอวยพรและแม่พระทรงปกปักรักษาพระองค์ท่าน” จากนั้น พระสันตะปาปาทรงนำสวดเพื่อพระสันตะปาปากิตติคุณ เบเนดิกต์ ที่ 16 สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่  […]

28
Sep

คนข้างวัด : กว่าจะได้เป็นเช่นวันนี้

กว่าจะได้เป็นเช่นวันนี้ เราทุกคนต่างกำลังตื่นเต้นรอคอยปลื้มปิติกับการเสด็จเยือนประเทศไทยของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส ระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายนนี้ คณะกรรมการจัดงานก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้การต้อนรับผู้แทนของพระคริสตเจ้า ที่จะมาประทับอยู่ท่ามกลางเราชาวไทย แต่ละขั้นตอนต้องทำด้วยความรอบคอบ แต่ละช่วงเวลา แต่ละสถานที่ที่จะเสด็จไปเยี่ยมเยียนได้มีการวางแผนเพื่อให้ทุกคนได้รับพระพรครั้งนี้อย่างทั่วถึง หลายฝ่ายกำลังเตรียมงานกันอย่างเข้มข้น ส่วนเราสัตบุรุษทั่วไปสิ่งหนึ่งที่เราจะทำได้คือการให้ความร่วมมือกับส่วนกลาง ทำตามการประกาศ และที่สำคัญคำภาวนาของพวกเรานี่แหละจะทำให้การณ์ครั้งนี้สำเร็จได้อย่างดียิ่ง โดยเฉพาะคำภาวนาสายประคำที่เราจะเริ่มต้นในเดือนหน้า  และแน่นอน ยังมีหลายคนใจร้อนใจเร็ว ตามกระแสแห่งโลกวันนี้ จึงอยากจะให้เป็นดังใจ ต้องใจเย็น ๆ ลงบ้าง ทุกสิ่งทุกอย่างมีเหตุมีผลรองรับเสมอ สิ่งที่เราคิดหลายคนก็คิดเหมือนกันแต่ที่สุดความเป็นไปได้ก็ต้องมีการตัดสินจากคณะทำงาน อาจจะไม่ถูกใจตรงใจเราไปเสียทั้งหมด อาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดไว้ เราต้องให้อภัยกันและร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ทำให้เสียบรรยากาศไม่ทำให้คนทำงานหมดกำลังใจ สิ่งนี้ต่างหากที่จะทำให้เกิดความยินดีร่วมกันในเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ อะไรเราควรที่จะเรียนรู้บ้างจากชีวิตของพระสันตะปาปาฟรังซิส เริ่มต้นจากการที่ถูกรับเลือกอย่างสุดความคาดหมาย สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด  

21
Sep

คอลัมน์”คนข้างวัด” : มากไปก็หนัก

มากไปก็หนัก เงินทองมีความจำเป็นสำหรับทุกคน แต่ต้องใช้จ่ายตามความเหมาะสม เพื่อส่งเสริมความดีความงาม ความซื่อสัตย์ในชีวิต ถ้าเราซื่อสัตย์ต่อตัวเองเราก็จะซื่อสัตย์ต่อสรรพสิ่งในโลกนี้ ทรัพยากรเป็นของส่วนรวม ต้องรู้จักใช้รู้จักนำ การฉกฉวยและสะสมเก็บไว้ให้นอนนิ่ง ๆ ไม่ก่อประโยชน์กับใครก็ถือว่าคดโกงต่อโลก นอกจากจะกลายเป็นเชื้อโรคเป็นเนื้อร้ายที่กัดกินจิตวิญญาณให้เสียไป ความมีเมตาตาต่อกัน การไม่เอาเปรียบกัน ไม่คดโกง ไม่คิดกลหลอก ไม่สะสมให้มาก ไม่ต้องแบกให้หนักเกินตัว เราก็สามารถเดินทางไปไหนต่อไหนด้วยความสุข แม้จะมีทุกข์ขวางทางเราก็ก้าวข้ามผ่านไปด้วยความเบิกบาน เบาบาง สำราญใจเป็นยิ่งนัก สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

14
Sep

คอลัมน์”คนข้างวัด” : อะไรที่หายไป

อะไรที่หายไป เราหลงลืมรอยยิ้มหายไปจากใบหน้า รอยยิ้ม ความสง่างาม ความมั่นใจนั้นเป็นทรัพย์สินทางจิตใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หากมีสิ่งเหล่านี้ จะมีทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อหมดยิ้ม หมดรัก ทำให้ผู้คนหล่นหายไปจากชีวิตเรา วันเวลาผ่านไปมีผู้คนเข้ามาทำความรู้จักมากมาย แต่ที่ยังสนิทเป็นมิตรสหาย ยินดีที่จะคบหากันในระยะยาวมีสักกี่คน ในสังคมที่ต่างคนต่างอยู่ ในเมืองที่วุ่นวายกลับรู้สึกเดียวดายและเงียบเหงา เพราะเราลืมความจริงใจต่อกัน แค่ยิ้มให้กันยังมีอคติมาขวางกั้น ความสัมพันธ์ต่อกันจึงเปราะบางพร้อมแตกหัก โรคซึมเศร้าจึงระบาดอยู่ทุกหนแห่ง เราต่างทำให้ความสุขหายไปอย่างไม่รู้ตัว ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม ก็จงเป็นคนดีมีเมตตา การมีจิตใจดี ก็จะทำให้เราเป็นผู้ที่ได้รับความคุ้มครองดูแลอย่างดีที่สุดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ที่ไม่ใช่ความร่ำรวยและอำนาจ ทำดีย่อมได้ดีตอบแทนเสมอ หมั่นสำรวจค้นหาว่าการทำความดี เรายังเรียกร้องให้คนยกย่องสรรเสริญ อยากให้คนอื่นเห็นหรือเปล่า  เรายังหวังผลตอบแทน หรือคาดคั้นจะเอาผลตอบแทนให้ได้หรือเปล่า? ถ้าเป็นดังนี้ แสดงว่าเรายังเป็นคนดีแบบมีเงื่อนไข ซึ่งจะทำให้เราไม่สามารถสัมผัสคุณค่าแห่งความดีที่แท้จริงได้  เราลืมความจริงข้อนี้ไป ความสุขเราก็สูญหาย ดังนั้นการค้นหาความสุขจึงต้องปล่อยบางสิ่งไว้ในที่ที่ของมัน   การหยุดความอยากได้ คือ ฟากฝั่งแห่งความสุข อะไรที่หายไปเรายังออกแรงค้นหา แล้วความดีที่หายไปเล่า เราพร้อมที่จะออกแรงค้นหากันแล้วหรือยัง    สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่  www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

07
Sep

คอลัมน์ “คนข้างวัด” : ข้าวสวยที่ข้าว

ข้าวสวย ที่ข้าว ชีวิตของคนเรานั้นเกิดขึ้นมาจากความรัก ความรักจึงเป็นเสาหลักของชีวิต และสำหรับเราคริสตชน เราเชื่อว่าความรักนั้นมาจากพระเจ้าพระผู้สร้าง หากเราจะติดตามพระเจ้าเราต้องปล่อยละทุกสิ่งที่เป็นเพียงสิ่งภายนอก แน่นอนเป็นการยากที่เราจะไปถึงจุดนั้น สิ่งที่เราพอทำได้คือ การยึดเอาความรักที่สวยงามเป็นจุดหลักในการดำเนินชีวิตโดยไม่ต้องไปปรุงแต่งเอาสิ่งภายนอกมาปกคลุมให้ดูสวยเกินงาม เราไม่จำเป็นต้องหาสิ่งใดมาให้ดูสมบูรณ์แบบ เหมือนกับกระแสค่านิยมของสังคมโลกที่สร้างให้เรารกรุงรังไปด้วยเปลือก ที่เต็มไปด้วยการสะสม และการแข่งกัน อวดกันไปมา ความรักของเราไม่ต้องอิจฉากัน ต้องใส่ใจเรื่องของจิตใจจิตวิญญาณให้มากกว่าสิ่งภายนอก หากเราเป็นผู้ที่คำนึงถึงความรักเป็นหลักในชีวิต เราจะมองเห็นผู้อื่นด้วยความรัก เราจะไม่ดูถูกหยามหมิ่นกัน แต่ถ้าหากเรามัวแต่ปล่อยให้ความรักนอนนิ่งจมอยู่ก้นเหวก็เหมือนกับปล่อยให้ข้าวสวยในหม้อบูดเน่าไป ชีวิตเราก็ไร้ค่า นำมาใช้ประโยชน์ต่อไปไม่ได้ มีแต่จะทิ้งไปให้พ้นๆ …และถ้าหากครั้งใดตักข้าวใส่จานจงให้ความสำคัญข้าวสวยมากกว่าจานชามที่ใส่ ความรักก็เป็นเช่นเดียวกัน สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่  www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

30
Aug

คอลัมน์”คนข้างวัด” :วันหมดอายุ

วันหมดอายุ เรามักแปลกใจใช่หรือไม่ว่าความสัมพันธ์มิตรภาพของผู้คนมักจบลงในระยะเวลาอันสั้น เพราะเราคาดหวัง มีทัศนคติไม่ตรงกัน สำคัญคือเราไม่ยอมรับกันและกัน ไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและสิ่งรอบตัว เรายังยึดโยงความสำคัญของตัวเองกันมากไป เรายังต้องการให้คนอื่นมาใส่ใจและต้องเป็นดังใจเรา เมื่อต่างคนต่างคิดเช่นนี้ มิตรภาพจึงหมดอายุลง ใช่หรือไม่ ชีวิตเราไม่มีวันหมดอายุบอกไว้ข้าง ๆ ตัว ใครจะไปก่อนหรือหลังยังไม่มีใครรู้ แล้วเรายังถือดีอวดเก่งกันไปใย!!! นำความรักแท้ เมตตาจริงอยู่ในตัวเราให้ได้ และไม่ว่าวันเวลาโลกจะเปลี่ยนไปเช่นไร เราก็ยังอยู่ได้อย่างสันติตลอดไปตราบสิ้นลมหายใจ  สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

24
Aug

คอลัมน์ คนข้างวัด : พื้นที่ชีวิต

พื้นที่ชีวิต โอกาสวันนี้ฉลองความเชื่อของเราชาวเซนต์หลุยส์ เรามาลองสำรวจตรวจสอบกันสักนิด ว่าชีวิตเราที่ผ่านมานั้น เราถูกอะไรเติมลงไปบ้าง ในยามที่ใจของเราเต็มไปด้วยอคติ เงินทอง และอำนาจ มนุษย์มักครอบครองในสิ่งต่าง ๆ มากมาย แต่ไม่อาจครอบครองตนเองได้อย่างแท้จริง เรามีพื้นที่กว้างขึ้น จิตใจเรากลับแคบลง เราจะอยู่กันอย่างไร?….เราจะอยู่ได้ หากใจเราเต็มด้วยความรักและเมตตา ให้สมกับความเสียสละของผู้วางรากฐานให้กับเรา บรรดาคุณพ่อ จากรุ่นสู่รุ่น ตลอด 62 ปี จะไม่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และที่สุดเรามาร่วมกันขยายพื้นที่ชีวิตศิษย์พระคริสต์ออกไปให้ทุกผู้คนได้พบเห็นผ่านทางการดำเนินชีวิตบนหนทางธรรม หากมีวันใดรู้สึกว่าไร้เรี่ยวแรง เราก็มาพักผ่อนในพื้นที่นี้เพื่อรับพลังกำลังใจก้าวเดินออกไปบนหนทางแห่งรักในพระคริสต์ตลอดไป สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่  www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด