Category: konkhangwat

22
Mar

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ฝ่าวงล้อม

ฝ่าวงล้อม เรามักจะคุ้นชินในสถานการณ์ที่ตำรวจตามจับผู้ร้าย แล้วล้อมเป็นวงให้ผู้ร้ายเข้าสู่ทางตัน จะมีคำ ๆ หนึ่งที่มักจะบอกผู้ร้ายว่า “ขอให้มอบตัว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ล้อมไว้หมดแล้ว” ละคร ภาพยนตร์มักมีฉากนี้บ่อย ๆ ในวันนี้การแพร่ขยายของไวรัสโคโรน่า โควิด-19 ก็เป็นเหมือนเจ้าหน้าที่ ที่กำลังตะโกนบอกมนุษย์โลกว่า “เราได้ล้อมไว้หมดแล้ว” แต่ทางตรงกันข้าม ไวรัสตัวนี้เล่นบทเป็นผู้ร้ายที่กลายมาเป็นผู้ควบคุมโลก ทุกที่ทุกทวีปถูกโจมตี โลกตกอยู่ในภาวะชะงักงัน จากที่เราเคยแข่งขันกันก้าวหน้าพัฒนาแบบตัวใครตัวมัน ชิงไหวชิงชัย ขัดขวางปัดแข้งปัดแขน แสนหมื่นล้านคนแหวกว่ายไปมิพักมิหยุด มิรู้จักแบ่งปันร่วมมือ เราเคยสู้กันไปกันมา เราต้องการชัยชนะแต่เพียงผู้เดียว ต่างคนต่างอยากเป็นที่หนึ่ง จึงวิ่งไปข้างหน้า เพื่อคว้าชัย  ในขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินระเริงอยู่ในโลกาภิวัฒน์ โรคแห่งวิบัติค่อย ๆ ก่อร่างสร้างตัว และแพร่ขยาย แล้วล้อมโลกไว้อย่างรวดเร็ว จนวิ่งแซงการพัฒนาที่ทุกคนคิดว่าของตัวเองคือสุดยอด วันนี้สถานการณ์การระบาดของเชื้อโรค COVID-19 ทำให้โลกทั้งใบต้องหยุด กลายเป็นสถานการณ์คล้ายกับสงครามยังไงยังงั้นโดยที่มีชีวิตผู้คนเป็นเดิมพัน  ที่ตกอยู่ในวงล้อม การบิน การสัญจรจากที่เคยพลุกพล่าน กลับร้างว่างเปล่าไร้การเดินทางท่องเที่ยว ผู้คนตกงานนับหมื่นแสน เศรฐกิจเป็นอัมพาต การจับจ่ายหยุดนิ่ง การบริโภคกลายมาเป็นกักตุนค่อย ๆ กิน ค่อย ๆ ใช้ ต่างได้รับผลกระทบกันทั่วหน้า […]

14
Mar

คอลัมน์”คนข้างวัด” : กระหาย

กระหาย สถานการณ์โรคระบาดทำให้โลกเริ่มระบม ไวรัสร้ายโควิด กำลังเป็นโคไล่ขวิดใส่ประเทศนั้นประเทศนี้ไปเรื่อย ลามไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จนทำให้ประเทศอิตาลีจำต้องประกาศปิดประเทศเพื่อจะได้สามารถควบคุมการแพร่กระจายให้อยู่ในวงจำกัด ศูนย์กลางของพระศาสนจักรที่วาติกัน ในกรุงโรม อิตาลี ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน วาติกันประกาศปิดลานหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร และภายในมหาวิหาร ไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ตั้งแต่วันนี้ – 3 เมษายน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 นอกจากนี้ ที่ทำการไปรษณีย์วาติกัน และศูนย์หนังสือวาติกันก็ปิดบริการด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจอิตาลีกำลังนำแผงเหล็กกั้นมาปิดทางเข้าหน้าลานมหาวิหารนักบุญเปโตร ซึ่งนาน ๆ ทีเราจะเห็นภาพวาติกันไม่มีคนเดินเลย ได้มีการปรับเปลี่ยนพิธีกรรมให้มีพิธีมิสซาออนไลน์ เพราะวัดจำต้องปิด และงดมิสซาทั่วประเทศจนถึงวันที่ 3 เมษายนเช่นกัน เนื่องจากวันที่ 5 เมษายนเป็นวันอาทิตย์ใบลาน ซึ่งเมื่อถึง ณ เวลานั้นก็ยังไม่แน่ใจว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร และล่าสุดในวันนี้ (พุธที่ 11 มีนาคม) สมณสภาเพื่อส่งเสริมการประกาศข่าวดีใหม่ ผู้รับผิดชอบการจัดงาน 24ชั่วโมงเพื่อพระเจ้า (งานเฝ้าศีล 24 ชั่วโมง) ที่จัดทุกปี ปีนี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 20 มีนาคมในมหาวิหารนักบุญเปโตร วาติกันได้ประกาศยกเลิกงานแล้ว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งนี้แล้วแต่ศาสนจักรคาทอลิกท้องถิ่นไหนจะยกเลิกการจัดงานก็ได้ บรรดาคริสตชนสามารถร่วมพิธีแบบง่าย […]

07
Mar

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ภาพ ๆ นั้น

ภาพ ๆ นั้น เราสร้างภาพของความอวดดี อวดเก่งขึ้นมา ด้วยข้อมูลที่เราเชื่อเองว่านี่เป็นความจริงที่สุด นี่เป็นข้อมูลที่ดีที่สุด แล้วเราก็หยุดอยู่ตรงนี้ นำไปโอ้อวดว่า “ข้ารู้ ข้าเป็นคนวงใน เชื่อข้าเถอะ” เมื่อมีคนกดถูกใจมาก เราก็ยิ่งคิดไปเองว่านี่แหละความยิ่งใหญ่ คิดไปเองว่าถูกต้องที่สุดแล้ว เมื่อวันหนึ่งมีข้อมูลอีกด้านหนึ่งออกมา ความจริงด้านอื่นปรากฏขึ้น เรากลับไม่ยอมรับ กลับดื้อแพร่ง ไม่สนใจ ยังคงเกาะเกี่ยวความรู้ข้อมูลเดิมไว้ ไม่ยอมรับฟังความต่าง ความสุภาพอ่อนโยนหายไปจากหัวใจ ความผยองพองขนบนตัวตนจึงกลายเป็นเกราะกำบัง โดยลืมไปว่าโลกนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่เราจะเข้าใจอะไรได้ทั้งหมด ขนาดว่าโลกนี้มีนักวิทยาศาสตร์การแพทย์มากมายกำลังคิดค้นความเป็นอมตะของมนุษย์ สามารถที่จะปลูกถ่ายอวัยวะที่เสื่อมสภาพมาทดแทนได้ แต่แล้ว…มนุษย์กลับพ่ายแพ้ให้กับไวรัสเล็ก ๆ ที่อุบัติขึ้นมาอย่างไม่ทราบต้นตอ เราไม่สามารถที่จะล่วงรู้ความมหัศจรรย์ของพระผู้สร้างได้เลย เหตุไฉนเราจึงอวดเก่ง อวดใหญ่กันนักเล่า!!! แท้จริงสิ่งที่จะเป็นเกราะคุ้มกันเราได้ดีคือความสุภาพอ่อนน้อมต่อสิ่งสร้าง อ่อนโยนต่อกัน ยอมรับซึ่งกันและกัน ให้เกียรติและความสำคัญของทุกคน เราจะเห็นความสว่าง เราจะเห็นภาพขาวของทุกผู้คน แล้วสันติสุขจะปรากฏในหัวใจเราตลอดไป สิ่งที่เราจำต้องมีให้มากขึ้นคือให้คนรอบข้างเราเห็นความงาม ความสว่าง ประคับประคองเสริมส่งกันให้เป็นสังคมแห่งความอาทร และภาพเหล่านี้จะสะท้อนออกไปให้คนอื่นได้รับรู้รับไปชื่นชมทำตาม เราต้องคอยตั้งคำถามเสมอ ๆ ว่า “วันนี้เราทำให้คนรอบกายเห็นความงามภายในบ้างหรือยัง?” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสได้ตรัสกับฝูงชนหน้าจัตุรัสมหาวิหารนักบุญเปโตร ถึงความทันสมัยว่า “เราต้องตัดการเชื่อมต่อจากโทรศัพท์มือถือ และเชื่อมต่อกับข่าวดีของพระคริสต์ เทศกาลมหาพรตนี้ เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะปิดโทรทัศน์และเปิดพระคัมภีร์” ในเทศกาลมหาพรตนี้ […]

29
Feb

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ปิดกายเปิดใจ

ปิดกายเปิดใจ หันกลับมามองดูชีวิตแห่งความเชื่อของเรากันบ้าง เราก้าวสู่เทศกาลมหาพรตกันอีกปีหนึ่ง เป็นช่วงที่เราปิด ลด ละ เลิกความเป็นตัวเอง เพื่อที่จะเปิด เพื่อที่จะแบ่งปันให้คนอื่นบ้าง ปิดเพื่อเปิด ออกจากตัวเองเพื่อสู่คนอื่น มิใช่ปิดเพื่อตัวเอง มิใช่เป็นการปิดแบบไม่ต้อนรับผู้อื่น หากแต่เป็นการปิดความเห็นแก่ตัว ความอวดดีอวดเก่ง ความสุขส่วนตัว ปิดการหาความสบายฝ่ายกาย เพื่อจะได้มีพื้นที่ทางจิตทางใจให้กับเพื่อนพี่น้องคนรอบข้าง เพื่อจะได้มีเวลาสำรวจตรวจสอบตัวเอง เพื่อจะได้มีห้วงแห่งการไต่ตรองและวิเคราะห์ตัวเอง นำไปสู่การรู้จักวิเคราะห์สังเคราะห์ในทุกเหตุการณ์ของชีวิต ในการติดต่อ ในความสัมพันธ์กับผู้คน เราจะได้เข้าจิตเข้าใจผู้คนมากยิ่งขึ้น จะได้ลดทิฐิ ลดอคติ เพิ่มทัศนคติที่ดีต่อคนรอบข้าง หากเรามีจิตใจที่แข็งแกร่งขึ้นเราก็จะมองโลก มองคนในด้านงดงามมากยิ่งขึ้น อาจจะเห็นคนที่โอ้อวดความเก่งกาจ กลายเป็นรู้สึกสงสารและเห็นใจมากกว่ารู้สึกหงุดหงิดหมั่นไส้ เห็นคนมาแสดงความหยิ่งผยอง สนองความใหญ่โต เราก็ใช้การนิ่ง ความอ่อนโยน เพื่อชโลมให้จิตใจคนเหล่านั้นอ่อนลงบ้าง เราปิดความโกรธ ความโมโห ปิดอคติให้เป็น เพื่อที่เราจะได้เปิดใจของเราและผู้อื่น 40 วันไม่ใช่การกักขังตัวเอง แต่เป็นการกักขังและกำจัดตัวตนเพื่อให้สามารถเปิดรับการมีหนทางชีวิตแบบใหม่ที่เป็นชีวิตของการช่วยเหลือ แบ่งปัน ไม่เบียดเบียนกัน สิ่งนี้น่าจะแพร่ขยายออกไป เพื่อช่วยให้ไวรัสร้ายได้ลดหายไปกลายเป็นเชื้อดีแทน ในวันข้างหน้าท้องฟ้าย่อมมีวันสดใสเสมอ ภาวนาให้แก่กันและกัน ภาวนาให้กับโลกที่กำลังเผชิญกับโรคร้าย แล้วเราจะได้สังคมที่เปิดออกต้อนรับวันใหม่วันแห่งสันติสุขไปด้วยกัน นั่นคือปัสกาของปีนี้ ปีที่แสนยากลำบากจริง ๆ สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่  […]

22
Feb

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ช่วยกันได้ไหม???

ช่วยกันได้ไหม??? ลองสำรวจตรวจสอบดูก่อนว่า “เรารักตัวเองเช่นไร” และเมื่อรู้แล้ว เราก็ควรประพฤติตนปฏิบัติตนเช่นนั้น สิ่งนี้เป็นคำสอนที่มีมาในทุกยุคทุกสมัยและไม่เคยเก่า ชีวิตเรามีความหมายก็ต่อเมื่อเห็นคนรอบกายคือของขวัญ ลมหายใจร่วมกันคือสายสัมพันธ์หนึ่งเดียวที่เรามอบให้แก่กัน นิยามความรักมีมากมาย แต่หาได้ถูกนำมาใช้อย่างถูกต้อง เรารักกันเพียงเปลือกภายนอก แต่ไม่ค่อยรักกันในจิตใจที่งดงามของกันและกัน เราเทิดทูนตัวเองแต่ไม่เคยเห็นหัวและเห็นใจของผู้อื่น เราเก่งคนเดียวโดยที่ไม่เห็นความสามารถในกระแสเรียกของผู้อื่น “ถ้าท่านใดคิดว่าตนเองเป็นคนฉลาดในโลกนี้ ก็จงยอมเป็นคนโง่ จึงจะเป็นคนฉลาดอย่างแท้จริง เพราะความเฉลียวฉลาดของมนุษย์ในโลกนี้เป็นความโง่เขลาเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้า”  ถึงเวลาแล้วที่เราต้องช่วยกันให้สังคมโลกกลับคืนสู่สันติสุข…. สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

16
Feb

คอลัมน์”คนข้างวัด” : รู้สึก…

รู้สึก….. ในยุคที่เรากำลังถูกเทคโนโลยีครองเมือง ถูกไอทีชี้นำวิถีชีวิต ศาสนาดั้งเดิมเป็นเพียงสิ่งเคยชิน ระบบการศึกษาค้นคว้าแสวงหาจากนอกห้องเรียน การอุปถัมภ์ค้ำจุนที่ต่างตอบแทนกลายเป็นบุญคุณที่ไร้แก่นสาร สังคมกำลังถูกคลื่นไอทีกระแทกแทรกซึมเข้ามาจนทำให้หลายองค์กรเสียหลัก ตั้งตัวไม่ติด ยิ่งไม่เริ่มก้าวยิ่งถอยห่างจากความเป็นจริง ยิ่งไม่ปรับตัวเรายิ่งเจ็บปวด เราอยู่ในโลกเราต้องก้าวไปกับโลกแต่ต้องไม่หลงไปกับกระแสโลก การปรับตัวด้วยการนำสิ่งดีงามมาประยุกต์ใช้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ ใช้วิธีการใหม่ ๆ กับความดีงามอันเป็นนิรันดร์ต้องถูกนำมาใช้อย่างถูกกาละเทศะ ความเชื่อความศรัทธาต้องมั่นคง และส่งเสริมให้มีความรู้สึกที่ดีรับผิดชอบทางสังคมให้มากขึ้น ใช้ความรู้สึกของเราเพื่อสัมผัสความรู้สึกของคนอื่นให้เป็น สร้างความร่มเย็นแก่กัน อย่ากดดันด้วยคำพูด ด้วยการดูถูกหยามเหยียด อย่าเบียดเบียนกันด้วยความอวดเบ่งอวดเก่ง อย่าผลักดันให้คนอื่นเดินตามทางของตัวเรา การสร้างอาณาจักรสวรรค์ในแผ่นดินเริ่มจากการดูแลความรู้สึกซึ่งกันและกัน มิใช่แค่เพียงถามว่ารู้สึกอย่างไร!!! เราต้องเข้าไปอยู่ในความรู้สึกของคนอื่นนั้นอย่างจริงจังด้วย หากว่าสื่อแล้ว พูดแล้ว ไม่น่าจะมีอะไรดีขึ้น ก็ควรหลีกออกมาตั้งสติ คิดไตร่ตรอง บางทีอาจจะเห็นว่า ณ ตรงนั้นเราควรยืนอยู่แค่ตรงไหน อย่าคิดว่าเราสำคัญสุด หยุดหาตัวตน ไม่จำเป็นต้องมีบทบาทในทุกกรณี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นถ้าเรารู้ตัวว่าเราไม่เหมาะ คนเราไม่ได้ชำนาญไม่ได้เก่งทุกเรื่อง เหมือนอย่างที่ศาสนาไอทีชี้นำเสมอไป เรายังจำเป็นต้องพึ่งพากัน และบางครั้งในวันที่รู้สึกต้องการใครสักคนมาอยู่ข้าง ๆ ในวันที่เหนื่อยและล้าแล้วมีคนนั้นเข้าใจความรู้สึกเรา โลกนี้จะน่าอยู่ขึ้นมากเลยทีเดียว ในวันที่เราผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ มาด้วยกัน เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องย้ำเตือนตัวเองให้มากและบ่อย ๆ ว่า “อย่าเอาความรู้สึกคนอื่นมาแค่บอกผ่าน แต่เราต้องเอาความรู้สึกของเราเข้าไปอยู่ในความรู้สึกของคนอื่นให้มากขึ้น” ใช้ไอทีมาแบ่งปันความดี ใช้เทคโนโลยีชี้นำคำสอน […]

08
Feb

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ฝากไว้กับคนอืน

ฝากไว้กับคนอืน ใช่หรือไม่ บ่อยครั้งเมื่อเรามีความสุขเรามักจะหลงลืมคนอื่น เราต้องนำความสุขนั้นไปยังผู้อื่น ถ่ายเทพลังความสุขนั้นให้กันและกัน โดยไม่ฝากความสุขไว้กับคนอื่น เราเป็นเกลือเป็นแสงสว่างที่จะต้องนำความมั่นคง นำพาให้ผู้คนพบกับความสุขที่แท้จริงไปพร้อม ๆ กัน อย่าทำตัวให้คนอื่นคาดหวังจากเราฝ่ายเดียว และเช่นกัน ต้องไม่ไปฝากความหวังทั้งหมดกับคนอื่น ทำตามหน้าที่ ทำในสิ่งที่เราชำนาญด้วยความรัก  ทำความดีด้วยความไม่อวดดีไม่ดูถูกดูแคลนกัน แล้วเราจะผ่านวันเวลาที่มีทั้งทุกข์และสุขอย่างเปรมปรีดิ์ตลอดไป เป็นแสงส่องทางโดยไม่ต้องชี้ทาง เป็นเกลือดองโดยไม่ใส่ความบูดเน่าลงไป สังคมในวันข้างหน้าจะเป็นเช่นไรเราไม่สามารถล่วงรู้ได้ สร้างความสุขปัจจุบัน สร้างความงามในวันนี้ สร้างความดีให้พร้อมพรัก สร้างความรักให้มั่นคง เพียงเท่านี้ชีวิตเราจะพบกับสันติสุขในทุกช่วงเวลานาที…    สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด

01
Feb

คอลัมน์”คนข้างวัด” : ตื่น

ตืน เรื่องบางเรื่อง แค่รู้ที่จะหยุด คำตอบซึ่งเป็นความจริงก็จะปรากฏใช่หรือไม่ วันเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า เราปล่อยวางลงบ้างแล้วเท่าไหร่? คิดแล้วคิดเล่า ได้มาครอบครองมากน้อยแล้วเท่าไหร่?วางแผนแล้ววางแผนเล่า พลาดพลั้งไปแล้วเท่าไหร่? หวังแล้วหวังเล่า เป็นทุกข์มาแล้วตั้งเท่าไหร่? โลภโมโทสันสะสมกอบโกยไม่สิ้นสุด ทำบาปกับผู้คนมาแล้วเท่าไหร่? สร้างรอยแค้นลบรอยรักให้กับใคร ๆ มาแล้วเท่าไหร่? เมื่อวันสุดท้ายมาเยือน เอาอะไรไปได้สักเท่าไหร่? ตื่นเถิด ตื่นรู้ ตื่นตัว ไม่กลัว ไม่ตื่นตูม ไม่ตื่นเต้น ไม่ตื่นตระหนก รับรู้เรียนรู้ กับวันเวลาอย่างสันติ ความสว่างของวันใหม่มีมาให้เห็นได้ทุกวันหากเราตื่นมารับรู้และสัมผัสกับการเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคงและไว้วางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้า…..   สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่    www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด