คอลัมน์"คนข้างวัด"

เดินทางเท้าวันนั้น

และแล้วครั้นเมื่อเราถึงปลายทาง มีสะพานไม้คัปปาบาชิที่สวยงามให้เราข้ามลำธารเพื่อกลับมาขึ้นรถกลับที่พัก สะพานที่ทุกคนที่มาเยือนสถานที่นี้ต้องข้ามผ่าน สะพานแห่งนี้มีกี่ร่องรอยเท้าที่ข้ามไป สะพานไม้แห่งนี้ยังทำหน้าที่อย่างมั่นคงอยู่ทุกวี่วัน หลายคนบอกว่าหากมาถึงคามิโคจิแห่งนี้แล้วไม่ข้ามสะพานนี้เหมือนมาไม่ถึง เมื่อข้ามมาแล้วก็เหลือเพียงแค่ความทรงจำ โลกเรานี้ก็เปรียบดังสะพานที่เราต้องข้ามก้าวผ่านไป และสิ่งที่เหลือไว้เป็นเพียงความดีที่ให้ผู้คนได้จดจำ พูดถึงโลกใบนี้ เอาเข้าจริงล้วนไร้ความหมาย เราต่อสู้ดิ้นรนมาทั้งชีวิต แต่ก็เอาอะไรไปไม่ได้ เรายึดมั่นมาทั้งชีวิตล้วนไม่อาจนำอะไรติดตัวไป เมื่อเราเกิดมาอยู่ในโลกนี้แล้ว ไม่ว่าจะยากดีมีจน ล้วนต้องเดินไปให้ถึงจุดหมายสุดท้าย เมื่อตายจากไปตลอดชีวิตของเราล้วนเป็นความว่างเปล่า วันนี้ เวลานี้เท่านั้นที่เราต้องตั้งใจใช้ชีวิต ให้มีความสุขกายสบายใจในทุกลมหายใจ  ร่ำรวยเจริญรุ่งเรืองเท่าไหร่ ชั่วพริบตาเดียว ต่างล้วนจากไป หาประโยชน์ไม่ได้ จงทำดีต่อกันไว้ ให้อภัยต่อกัน มอบรักและสันติสุขแก่กัน หยุด แล้วมองเห็นความดีงามในตัวผู้คนรอบข้างบ้าง อย่าเร่งรัดเดินทางให้เร็วมากนักเพราะอย่างไรเสีย เราก็ต้องถึงจุดหมายนั้นด้วยกันทุกคน และถ้าเราเดินทางไปพร้อมกันด้วยความรัก แม้จะมีใครข้ามฟากฝั่งไปก่อน เราก็ยังเต็มไปด้วยความหวังและความทรงจำที่งดงามเสมอ

“ให้เรารักซึ่งกันและกันเหมือนที่พระองค์ทรงรักเรา” นี่คือสิ่งที่เราควรนำติดตัวไปในทุกช่วงระยะทาง และพร้อมให้อภัยต่อผู้อื่นเสมอโดยไม่มีขีดจำกัด  “ทุกคนก็จะรู้ว่า เราเป็นศิษย์ของพระคริสต์”อย่างแท้จริง

 

 สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่   

www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด