ประวัตินักบุญหลุยส์

18
Mar

พระเจ้าหลุยส์ ที่ 9 กษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศส (1214-1270)

    พระเจ้าหลุยส์ ที่ 9 เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน ค.ศ.1214 พระราชบิดาของพระองค์คือ พระเจ้าหลุยส์ ที่ 8 พระมารดาของพระองค์มีพระนามว่า พระนางบลองช์ แห่ง กาสตีย์ พระเจ้าหลุยส์ ที่ 9 ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่เมื่อยังทรงพระชนมายุได้เพียง 11 ชันษา เท่านั้น เนื่องด้วยพระราชบิดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ ในปี ค.ศ. 1226  ด้วยเหตุนี้ ในระหว่างที่พระเจ้าหลุยส์ ที่ 9 ยังทรงพระเยาว์ พระราชมารดาของพระองค์ผู้เปี่ยมด้วยความปรีชาสามารถ จึงทำหน้าที่เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นเวลา 10 ปี ยังผลให้ประเทศฝรั่งเศสเจริญก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง กษัตริย์หลุยส์ที่ 9 ทรงสมรสกับ พระนางมาร์เกอริต แห่ง โปรวองซ์ เมื่อทรงพระชนมายุได้ 19 ชันษา และมีบุตรธิดาด้วยกัน 10 พระองค์ ตลอดพระชนมายุของพระองค์ พระองค์ได้ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีในฐานะ สามี และ พ่อของลูก

       พระเจ้าหลุยส์เติบโตมาภายใต้การอบรมสั่งสอนของแม่ที่ปลูกฝังลูกให้มีความเชื่อความศรัทธาในศาสนาอย่างลึกซื้ง พระองค์ไม่เคยลืมคำสั่งสอนของแม่ที่ว่า “แม่ปรารถนาจะเห็นลูกตายที่แทบเท้าของแม่เสียยังดีกว่า เห็นลูกทำบาปหนักแม้แต่ประการเดียว” พระเจ้าหลุยส์อุทิศเวลาในการไปร่วมพิธีมิสซาวันละสองครั้ง และใช้เวลาในการสวดภาวนาเฝ้าศีลมหาสนิทนานนับชั่วโมงทุกวัน นอกจากนี้ยังทรงบำเพ็ญกิจกรรมในการใช้โทษบาปเสมอๆ พระเจ้าหลุยส์เป็นผู้เริ่มธรรมเนียมในการย่อเข่าแสดงความเคารพอย่างสูงในบทข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเจ้า ตอนที่กล่าวว่า “ทรงปฏิสนธิเดชะพระจิตเจ้า” และการย่อเข่าในเวลาอ่านที่ข้อความจากพระวรสารที่กล่าวการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระเยซูด้วยเช่นกัน  พระเจ้าหลุยส์ไม่ใช่ผู้ที่มุ่งแสวงหาความสะดวกสบายใส่ตัวเอง ตรงกันข้ามพระองค์ใส่ใจในคนจน และ บรรดาผู้ตกทุกข์ได้ยากในรูปแบบต่างๆ พระองค์จัดตั้งโรงพยาบาลหลายแห่งเพื่อผู้ป่วย นอกจากนี้ยังจัดสร้างสถานที่อุปการะคนตาบอด และ สถานฟื้นฟูจิตใจหญิงโสเภณี พระองค์จัดตั้งโรงทานสำหรับเลี้ยงอาหารคนยากจน และ สถานที่บำบัดรักษาคนเป็นโรคเรื้อน นอกจากนี้พระองค์ยังทรงเปลี่ยนแปลงระบบการตัดสินคดีความ ให้มีการให้การของพยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์ และ อนุญาตให้มีการอุทรณ์คดีด้วยการยื่นเรื่องมาร้องขอความยุติธรรมจากพระองค์ได้โดยตรง

พระองค์เป็นผู้มีความเด็ดเดี่ยวแต่ก็เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งจิตใจที่ตั้งมั่นในศาสนา พระองค์ยังมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับคณะนักบวชฟรังซิสกัน และคณะดอมินิกัน และก่อนที่พระองค์จะออกเดินทางไปร่วมสงครามครูเสดครั้งที่ 7 พระองค์ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกชั้นที่ 3 ของคณะฟรังซิสกันอีกด้วย ในฐานะที่พระองค์คืออัศวินนักรบผู้ห้าวหาญที่ยึดมั่นอยู่บนกรอบศีลธรรมตามแนวทางของคริสตศาสนา พระองค์ไม่อนุญาตให้ใครใช้ถ้อยคำที่หยาบคายไม่เหมาะสมในระหว่างที่พระองค์ปฏิบัติหน้าที่ของการรบ ในบทบาทของการเป็นผู้ก่อสร้าง พระองค์โปรดให้มีการก่อนสร้างอาคารสถานที่ที่งดงามหลายแห่ง ที่ควรนำมากล่าวถึงในที่นี้คือ มหาวิทยาลัยซอร์บอนน์ ที่ต่อมาเป็นที่ตั้งของคณะเทววิทยาแห่งปารีสด้วย และวิหาร แซงชัปแปล ที่เป็นสถานที่ประดิษฐานพระธาตุไม้กางเขน และ มงกุฏหนามอีกด้วย

           ในด้านการเมืองการปกครอง พระเจ้าหลุยส์ ที่ 9 เป็นผู้ยุติสงครามกับ อัลบีเจนเซียน ที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลายาวนานทางใต้ของประเทศ  พระองค์เป็นผู้ปราบกบฏ เคาท์เดอลามาร์ช และ เป็นผู้ลงนามในข้อตกลงระหว่างปารีสกับอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1259  พระองค์ยังเป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างสันตะสำนักและพระจักรพรรดิ์ แต่สิ่งที่เป็นความใฝ่ฝันสูงสุดของพระองค์คือ การกอบกู้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในเขตปาเลสไตน์ที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของพวกเตอร์ก ในปีค.ศ. 1248 พระองค์ประสบความสำเร็จในการเข้ายึดเมือง ดามีเอตตา ในสงครามครูเสดครั้งที่ 7 แต่พระองค์กลับเสียทีพลาดท่าถูกจับกุมเป็นเชลยศึก และต้องจ่ายค่าไถ่เพื่อแลกกับอิสรภาพของพระองค์ ในอีก 22 ปีต่อมาคือ ในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1270 ระหว่างที่พระองค์ออกไปเพื่อการศึกอีกครั้งหนึ่ง พระองค์ติดเชื้อโรคระบาดและสิ้นพระชนม์ลงที่เมืองตูนิส

          พระองค์ได้รับการสถาปนาเป็นนักบุญ ในปีค.ศ. 1297 โดยพระสันตะปาปา โบนีฟาซ ที่ 8 กษัตริย์หลุยส์ ที่ 9 ได้ชื่อว่าเป็นองค์อุปถัมภ์ของช่างแกะสลักหิน ช่างพิมพ์ และ ช่างตัดผม