เจ้าวัดทักทาย : อาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2019

28
Apr

สารวัดวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2019
อาทิตย์ฉลองพระเมตตาและวันรื้อฟื้นศีลล้างบาปและศีลมหาสนิท

 

พี่น้องที่รัก…

“สันติสุข จงสถิตอยู่กับท่าน PEACE BE WITH YOU”

สัปดาห์ที่สองเทศกาลปัสกา วันฉลองพระเมตตา
ขอแสดงความยินดีกับคริสตชนใหม่ ผู้ใหญ่ที่ได้รับศีลล้างบาปเมื่อคืนวันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์
ขอแสดงความดีใจกับเด็กที่ได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว

 

ในวันนี้ บรรดาเด็กเยาวชน ทำการรื้อฟื้นคำมั่นสัญญาศีลล้างบาปและเป็นการรื้อฟื้นการรับศีลมหาสนิทครั้งแรกเมื่อตอนเป็นเด็ก บัดนี้เริ่มโตเป็นเยาวชนแล้ว สมควรอย่างยิ่งทำการรื้อฟื้นศีลศักดิ์สิทธ์ทั้งสองประการ จะเป็นโอกาสทำให้เขาเจริญเติบโตทั้งวัยและการเข้าสู่สังคมศักดิ์สิทธิ์ ก่อนโน้นเราเรียกว่าศีลสง่า ในภายหลังพระศาสนจักรอธิบายและทำให้เราเข้าใจถึงการรื้อฟื้นการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นศีลแห่งความต่อเนื่องของชีวิตคริสตชนให้ผู้ใหญ่ช่วยแนะนำและทำให้เขากล้าเปลี่ยนแปลงชีวิตคริสตชนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

มิสซาทุกรอบในวันนี้ เมื่อจบมิสซาแล้ว บรรดาลูกหลานจะเป็นบรรยากาศให้กับผู้อาวุโสขณะรับศีลเจิม จะทำให้มีกำลังใจและรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ได้รับพระพรแห่งการบรรเทาจิตใจและร่างกาย และในมิสซารอบเย็น 17.30 น.จะมีการแห่รูปพระเมตตารอบวัดด้วยขบวนแห่รูปพระเมตตาจะไปจบที่สนามหญ้าและถวายช่อดอกไม้

 

เดือนหน้าพฤษภาคม กลุ่มวิถีชุมชนของวัดเซนต์หลุยส์จะเริ่มสร้างความเข้าใจและประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ของการศึกษาพระวาจา การใช้ชีวิตการแบ่งปัน และการสวดภาวนาด้วยกัน หลังจากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 19 บรรดากลุ่มเหล่านี้จะได้เริ่มปรับการเจริญชีวิตด้วยกันให้มีขอบฟ้าใหม่และออกไปที่ลึกๆให้มากขึ้นเพื่อการนำพระวาจาของพระเยซูเจ้าไปสู่บุคคลอื่นๆมากขึ้น

 

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม นับเป็นวันสำคัญยิ่งของพระศาสนจักรไทย เพราะการเริ่มต้นการนำข่าวดีหรือพระวาจาของพระเยซูเจ้าเข้ามาในดินแดนสยามเป็นเวลา 350 ปีมาแล้ว จึงเป็นเวลาที่ดีที่พวกเราจะไปร่วมงานที่บ้านเณรเล็ก ยอแซฟ สามพราน ในวันดังกล่าวเพื่อขอบพระคุณพระเจ้าและภาวนาให้กับประเทศไทยเพื่อทำให้เมล็ดพันธุ์พระวาจาจากบรรดาผู้หว่านในอดีตคือมิชชันนารีที่อุทิศตนทั้งกายและใจ บางท่านยังมีชีวิตอยู่ ได้เขามาทำงานในประเทศไทย และบางท่านเหลือเพียงแต่ร่างที่ฝังลงในเนื้อนาบุญ จนกลายเป็นวัดและชุมชนความเชื่อที่ยังเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

 

พวกเราจึงหวังว่าชุมชนความเชื่อของแต่ละแห่งจะมีชีวิตชีวาและช่วยกันทำให้ผลงานของผู้หว่านในอดีตให้เกิดดอกออกผลเพิ่มมากขึ้น จำนวนสถิตประชากรคริสตชนสามแสนเศษ ไม่ถึงศูนย์จุดห้า(0.50)หรือครึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่เราหวังว่านัลแต่นี้ต่อไป เราจะกล้าออกไปที่ลึกและทำให้ขอบฟ้าใหม่มีแสงรำไรชัดเจนขึ้น ซึ่งหมายถึงการกล้าประกาศพระวาจาและยืนยันความเชื่อย่างเข้มแข็งต่อหน้าผู้ที่ยังไม่รู้จักพระคริสตเจ้าผู้ทรงกลับฟื้นพระชนมชีพอย่างแท้จริง

 

พระเยซูเจ้าตรัสไว้ “เราเป็นหนทาง ความจริงและชีวิต…ผู้ที่เป็นศิษย์ของเราต้องเสียสละตนเอง แบกไม้กางเขนและติดตามพระองค์ทุกวัน…”

 

คุณพ่อชาญชัย ทิวไผ่งาม