คอลัมน์คนข้างวัด : กลับบ้านอย่างสุขใจ

25
Oct

กลับบ้านอย่างสุขใจ

การออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน ทำภารกิจประจำวันของเราแต่ละคนนั้น ย่อมมีความแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือเราต่างกระทำภารกิจนั้นให้แก่กันและกันโดยรู้ตัวบ้างและไม่รู้ตัวบ้าง และจะดีไม่น้อยเลยหากเราพยายามทำให้รู้ตัวบ่อย ๆ ว่าสิ่งที่เราได้กระทำอยู่นั้นมีประโยชน์ต่อผู้อื่นเพียงใด ไม่ว่าจะเป็นนักบริหาร แม่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง รปภ. ไม่ว่าจะเป็นนักบวช พนักงานประจำ ทุกชีวิตต่างเอื้อเกื้อกูลกัน ยิ่งเราตระหนักถึงสิ่งที่เราทำนั้นเพื่อผู้อื่นมากกว่าตัวเองมากเท่าใด เราจะกลับบ้านอย่างสุขใจทุกครั้งมากขึ้นเท่านั้น ไม่ใช่ว่า รอหมดเวลาเพื่อรีบกลับบ้าน แล้วกลับไปจมปลักกับความทุกข์พร่ำบ่นว่าทำไมไม่ได้ไม่เป็นอย่างคนนั้นคนนี้ หรือนำความอิจฉาแบกกลับบ้านไปด้วย

ในสังคมปัจจุบันที่กระแสมักจะทำให้คนเราต่างต้องดิ้นรนให้ตนเองพ้นความยากลำบาก จนกลายเป็นว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อหลุดพ้น ที่ไหนได้เราต่างก็สร้างความทุกข์สร้างปมให้กันและกันเพิ่มขึ้น เราต่างมีความเห็นแก่ตัวจนเกินขอบเขต เรามัวแต่สร้างอาณาจักรให้ตัวเองหลงลืมการสร้างอาณาจักรของพระไปเสียสิ้น บางครั้งเราต่างก็คิดว่าเราต้องสร้างเกราะสร้างกำแพงเพราะความกลัวว่าชีวิตจะไม่มั่นคง ยิ่งสร้างกลับยิ่งกลัวยิ่งกลวง และหยุดที่จะก้าวเดินในหนทางธรรม สิ่งแรกเราต้องคิดเสมอว่าเรามิได้อยู่คนเดียวลำพังในโลก เรามีกลุ่ม มีเพื่อน มีครอบครัวและเราต้องเดินก้าวไปด้วยกัน ใครกลัวใครล้มก้าวไม่ไหว ก็ช่วยกันประคอง เพื่อเราจะกลับบ้านด้วยกันอย่างสุขใจ

สามารถติดตามอ่านบทความ“คนข้างวัด”และร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ 

www.konkhangwat.blogspot.com www.facebook.com/คนข้างวัด