ก่อนชึ้นแท่น : สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา(วันแพร่ธรรมสากล)

18
Oct

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2019

สัปดาห์ที่ 29 เทศกาลธรรมดา(วันแพร่ธรรมสากล)

อพย.17:8-13,2ทธ3:14-4:2,ลก.18:1-8

“พระวาจาของพระเจ้าเป็นพระวาจาที่มีชีวิตและบังเกิดผล 

สามารถวินิจฉัยความรู้สึกนึกคิดภายในใจได้”

ศิษย์พระคริสต์ เจริญชีวิต ศิษย์ธรรมทูต ช่วยกันประกาศข่าวดีเพื่อเพื่อนพี่น้องทุกคน.

 พ่อชาญชัย ทิวไผ่งาม

บทอ่านจากหนังสืออพยพ                                          อพย 17:8-13
       ในครั้งนั้น ชาวอามาเลขโจมตีชาวอิสราเอลที่เรฟีดิม โมเสสสั่งโยชูวาว่า “จงเลือกชายบางคนและออกไปสู้รบกับชาวอามาเลขในวันพรุ่งนี้ ข้าพเจ้าจะยืนอยู่บนยอดเนินถือไม้เท้าของพระเจ้า” โยชูวาทำตามที่โมเสสสั่ง ออกไปสู้รบกับชาวอามาเลข ขณะที่โมเสส อาโรนและเฮอร์ขึ้นไปบนยอดเนิน เมื่อใดที่โมเสสยกมือขึ้น ชาวอิสราเอลก็ได้เปรียบ แต่เมื่อเขาลดมือลง ชาวอามาเลขก็กลับได้เปรียบ เมื่อมือของโมเสสเมื่อยล้า อาโรนกับเฮอร์ก็เอาก้อนหินมารองให้โมเสสนั่ง แล้วทั้งสองคนก็ช่วยกันประคองมือของโมเสสไว้คนละข้าง
     ดังนั้น มือของโมเสสก็ชูมั่นอยู่จนตะวันตกดิน โยชูวามีชัยชนะเหนือชาวอามาเลข และฆ่าชาวอามาเลขทุกคนด้วยดาบ

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงทิโมธี ฉบับที่สอง     2 ทธ 3:14-4:2
      ลูกที่รักยิ่ง จงมั่นคงในคำสอนที่ท่านได้เรียนและมีความเชื่อมั่น ท่านก็รู้ว่าท่านเรียนรู้จากผู้ใด ตั้งแต่ยังเป็นเด็กท่านรู้จักพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งช่วยท่านให้มีความเฉลียวฉลาดเพื่อรับความรอดพ้นโดยอาศัยความเชื่อในพระคริสตเยซู ทุกถ้อยคำในพระคัมภีร์ได้รับการดลใจจากพระเจ้า และมีประโยชน์เพื่อสั่งสอน ว่ากล่าวตักเตือนให้ปรับปรุงแก้ไขและอบรมให้ดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม คนของพระเจ้าจะได้เตรียมพร้อมและพร้อมสรรพเพื่อกิจการดีทุกอย่าง
     ข้าพเจ้าขอกำชับท่านเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า และเฉพาะพระพักตร์พระคริสตเยซูผู้จะทรงพิพากษาทั้งผู้เป็นและผู้ตาย โดยอ้างถึงการสำแดงพระองค์และพระอาณาจักรของพระองค์ จงประกาศพระวาจา จงพร้อมสรรพทั้งเมื่อมีโอกาสและเมื่อไม่มีโอกาส จงว่ากล่าว จงตักเตือน จงให้กำลังใจ โดยพร่ำสอนด้วยความพากเพียรอย่างเต็มที่

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา                                   ลก 18:1-8
     เวลานั้น พระเยซูเจ้าทรงเล่าอุปมาเรื่องหนึ่งแก่บรรดาศิษย์เพื่อสอนว่าจำเป็นต้องอธิษฐานภาวนาอยู่เสมอโดยไม่ท้อถอย พระองค์ตรัสว่า “ผู้พิพากษาคนหนึ่งอยู่ในเมืองหนึ่ง เขาไม่ยำเกรงพระเจ้าและไม่เกรงใจมนุษย์ผู้ใด หญิงม่ายคนหนึ่งอยู่ในเมืองนั้นด้วย นางมาพบเขาครั้งแล้วครั้งเล่าพูดว่า ‘กรุณาให้ความยุติธรรมแก่ดิฉันสู้กับคู่ความเถิด’ ผู้พิพากษาผู้นั้นไม่ยอมทำตามที่นางขอร้องจนเวลาผ่านไประยะหนึ่ง จึงคิดว่า ‘แม้ว่าฉันไม่ยำเกรงพระเจ้าและไม่เกรงใจมนุษย์ผู้ใด แต่เพราะหญิงม่ายผู้นี้มาทำให้ฉันรำคาญ ฉันจึงจะให้นางได้รับความยุติธรรม เพื่อมิให้นางรบเร้าฉันอยู่ตลอดเวลา’”
     องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “จงฟังคำที่ผู้พิพากษาอธรรมคนนั้นพูดซิ แล้วพระเจ้าจะไม่ประทานความยุติธรรมแก่ผู้เลือกสรรที่ร้องหาพระองค์ทั้งวันทั้งคืนดอกหรือ พระองค์จะไม่ทรงช่วยเขาทันทีหรือ เราบอกท่านทั้งหลายว่า พระองค์จะประทานความยุติธรรมแก่เขาโดยเร็ว แต่เมื่อบุตรแห่งมนุษย์เสด็จมา จะทรงพบความเชื่อในโลกนี้หรือ”

 

|gosple