ก่อนขึ้นแท่น : อาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2019 :  พ่อชาญชัย ทิวไผ่งาม

10
Mar

อาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2019
ฉธบ.26:4-10,รม.10:8-13,ลก.4:1-13

อาทิตย์ที่ 1 เทศกาลมหาพรต
เดือนมีนาคม พบปะสังสรรค์กับองค์กรและกลุ่มทำงานของวัด
 “…มนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น
แต่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคำที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า…”

ศิษย์พระคริสต์ เจริญชีวิต ช่วยกันประกาศข่าวดีเพื่อเพื่อนพี่น้องทุกคน

 

บทอ่านจากหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ                              
ฉธบ 26:4-10
โมเสสกล่าวกับประชาชนว่า สมณะจะรับกระจาดจากมือของท่าน นำไปวางไว้หน้าพระแท่นบูชาขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน 5ท่านจะต้องประกาศถ้อยคำเหล่านี้เฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่านว่า

 

“บรรพบุรุษของข้าพเจ้าเป็นชาวอารัมเร่ร่อน เขาลงไปที่อียิปต์และอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างคนต่างถิ่น มีจำนวนน้อย แต่ได้กลายเป็นชนชาติใหญ่มีกำลังและมีจำนวนมากที่นั่น ชาวอียิปต์ทำร้ายพวกเรา ข่มเหงเราและบังคับให้เราเป็นทาสอย่างทารุณ แต่เราร้องเรียกหาองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของบรรพบุรุษของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงฟัง ทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ทรมาน ความยากลำบากและการถูกกดขี่ของเรา องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้พระหัตถ์ทรงฤทธิ์และพระอานุภาพยิ่งใหญ่ทำเครื่องหมายอัศจรรย์และปาฏิหาริย์น่าสะพรึงกลัว ช่วยเราออกจากอียิปต์ และทรงนำเรามาที่นี่ ประทานแผ่นดินมีน้ำนมและน้ำผึ้งไหลอย่างอุดมสมบูรณ์นี้ให้แก่เรา ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า บัดนี้ ข้าพเจ้านำผลิตผลแรกของแผ่นดินที่พระองค์ประทานแก่ข้าพเจ้านั้นมาถวายแด่พระองค์”
แล้วท่านจะวางกระจาดลงเฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่าน และกราบนมัสการเฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าของท่าน

 

บทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลอัครสาวก ถึงชาวโรม    
รม 10:8-13
พี่น้อง พระคัมภีร์กล่าวว่าอย่างไร พระคัมภีร์กล่าวว่า “พระวาจาอยู่ใกล้ท่าน อยู่ในปากและในใจของท่าน” คือพระวาจาที่นำความเชื่อที่เราประกาศไว้ เพราะถ้าท่านประกาศด้วยปากว่า พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และมีความเชื่อในใจว่า พระเจ้าทรงบันดาลให้พระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพจากบรรดาผู้ตาย ท่านก็จะรอดพ้น การเชื่อด้วยใจจะบันดาลความชอบธรรม การประกาศด้วยปากจะบันดาลความรอดพ้น เพราะพระคัมภีร์กล่าวว่า “ทุกคนที่มีความเชื่อในพระองค์จะไม่ได้รับความอับอาย” เพราะไม่มีความแตกต่างกันระหว่างชาวยิวกับผู้ที่ไม่ใช่ชาวยิว พระองค์เท่านั้นทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าสำหรับมนุษย์ทุกคน ประทานพระพรมากมายให้ทุกคนที่เรียกขานพระองค์ เพราะทุกคนที่เรียกขานพระนามองค์พระผู้เป็นเจ้า ก็จะรอดพ้น

 

บทอ่านจากพระวรสารนักบุญลูกา                                  
ลก 4:1-13
เวลานั้น พระเยซูเจ้าทรงได้รับพระจิตเจ้าเต็มเปี่ยม ทรงพระดำเนินจากแม่น้ำจอร์แดน พระจิตเจ้าทรงนำพระองค์ไปยังถิ่นทุรกันดาร ทรงถูกปีศาจผจญเป็นเวลาสี่สิบวัน ตลอดเวลานั้นพระองค์มิได้เสวยสิ่งใดเลย ในที่สุด ทรงหิว ปีศาจจึงทูลพระองค์ว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรพระเจ้า จงสั่งให้หินก้อนนี้กลายเป็นขนมปังเถิด” พระเยซูเจ้าตรัสตอบว่า “มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่ามนุษย์มิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น” ปีศาจจึงนำพระองค์ไปยังที่สูงแห่งหนึ่ง แสดงให้พระองค์ทอดพระเนตรอาณาจักรต่างๆ ของโลกทั้งหมดในคราวเดียว และทูลพระองค์ว่า “ข้าพเจ้าจะให้อำนาจและความรุ่งเรืองของอาณาจักรเหล่านี้ทั้งหมดแก่ท่าน เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะให้ผู้ใดก็ได้ตามความปรารถนา ดังนั้น ถ้าท่านกราบนมัสการข้าพเจ้า ทุกสิ่งจะเป็นของท่าน” พระเยซูเจ้าตรัสตอบปีศาจว่า

“มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า
‘จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน
และรับใช้พระองค์แต่ผู้เดียวเท่านั้น’

ปีศาจนำพระองค์ไปยังกรุงเยรูซาเล็ม วางพระองค์ลงที่ยอดพระวิหาร แล้วทูลว่า “ถ้าท่านเป็นบุตรของพระเจ้า จงกระโจนลงไปเบื้องล่างเถิด เพราะมีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า
‘พระเจ้าจะทรงสั่งทูตสวรรค์ให้พิทักษ์รักษาท่าน’
และยังมีเขียนอีกว่า

‘ทูตสวรรค์จะคอยพยุงท่านไว้มิให้เท้ากระทบหิน’
แต่พระเยซูเจ้าตรัสตอบปีศาจว่า มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า

“อย่าท้าทายองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านเลย”
เมื่อปีศาจผจญพระองค์ทุกวิถีทางแล้ว จึงแยกจากพระองค์ไป รอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม